โดยบริษัทผู้ให้บริการด้านระบบ Blockchain เพื่อการติดตามเก็บข้อมูล Everledger กำลังนำเอาเทคโนโลยีของพวกเขาเพื่อช่วยทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเพชรสำหรับในการช่วยติดตามการ ชดเชยการปล่อยไอเสียคาร์บอน

ซึ่งแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดของพวกเขานี้กำลังถูกเปิดตัวในประเทศอินเดีย โดยเริ่มใช้กับบริษัทสัญชาติอเมริกันนามว่า Shairu & Atit Diamonds โดยเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนี้จะทำให้วงการการผลิตเพชรนั้นมีตัวเลือกในการซื้อเครดิตสำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนในโครงการของพวกเขามากขึ้น โดยการซืัอคาร์บอนเครดิตนั้นเปรียบเสมือนการจ่ายเงินเพื่อขออนุญาตปล่อยสารคาร์บอนในการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น และผู้ที่ขายคาร์บอนเครดิตนั้นก็จะนำเงินตรงส่วนนั้นไปใช้เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเช่นการปลูกต้นไม้ใหม่ และลดการถางป่าไม้ลง เพื่อชดเชยการทำลายชั้นโอโซนที่เสียไปจากการปล่อยคาร์บอนนั่นเอง

Fred Meyer และ Littman Jewelers จะเป็นสองบริษัทแรกในสหรัฐฯที่จะนำเอาเทคโนโลยี Blockchain ของ Everledger ไปใช้

Everledger นั้นเปิดตัวเมื่อปี 2015 โดยเป็นผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบความถูกต้องของเพชรโดยใช้ระบบ Blockchain โดยCEO ของบริษัทได้กล่าวว่าระบบของพวกเขานั้นสามารถที่จะใช้ติดตามขั้นตอนในการผลิตสินค้าได้หลายรูปแบบ

ล่าสุดที่จะใช้กับบริษัท Shairu & Atit Diamonds นั้นจะสามารถช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนของบริษัทได้ในทุกขั้นตอนแบบ real-time ผ่านระบบของ Evenledger

“วันคุ้มครองโลกนี้ถือเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวระบบโซลูชันนี้มาก โดยมันมีจุดประสงค์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสนธิสัญญาปารีสและ Sustainable Development Goals ของ UN ตั้งแต่ต้น” กล่าวโดยนาย Kemp “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนบน Blockchain ได้ผ่านแพลทฟอร์มของ Everledger นอกจากนี้มันยังเป็นครั้งแรกของโลกที่การซื้อเครดิตคาร์บอนนั้นสามารถทำได้ผ่าน blockchain สำหรับวงการเพชรพลอย”

และนอกจากอัญมนีแล้ว ทาง Everledger ยังมีระบบเพื่อติดตามแร่ดิบใต้พื้นพิภพอย่างเช่นโคบอลต์และลิเทียมที่ถูกใช้ในแบตเตอรี่อีกด้วย นอกจากนี้พวกเขายังวาวแผนที่จะใช้ระบบ Blockchain ของ Circulor ที่เป็นคู่แข่งกับ Hyperledger อีกด้วย

รองประธานของ Everledger กล่าวว่าแพลทฟอร์มตัวใหม่ดังกล่าวจะมีระบบ certificate บน blockchain ที่จะสามารถตรวจสอบแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “พวกเราสามารถที่จะเชื่อมต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างรวดเร็ว และโดยตรงในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้พวกเขานั้นสามารถนำเอาต้นทุนด้านเวลาและเงินไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้โดยตรง” เธอกล่าว