รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศกฎหมายใหม่ เกี่ยวกับการฟอกเงินในธุรกิจด้านคริปโตเคอเรนซี่

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาพระราชบัญญัติการชำระเงินของสิงคโปร์ (PSA) ที่ได้มีการประกาศนำเสนอบริการ Digital Payment Token (DPT) ซึ่งครอบคลุมธุรกิจคริปโตและเว็ปเทรดคริปโตทั้งหมดในสิงคโปร์ภายใต้กฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทางการเงิน (CTF)

ด้วยการนำเสนอบริการใหม่นี้ ธุรกิจคริปโตที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์จะต้องมีลงทะเบียนครั้งแรกกับ MAS หลังจากนั้นพวกเขาถึงจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตอำนาจศาลได้

By Thongchai Jantasornม.ค. 28, 2020
รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการฟอกเงินในธุรกิจด้านคริปโตเคอเรนซี่ กฎหมายและรัฐบาล80 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

Cointraffic

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาพระราชบัญญัติการชำระเงินของสิงคโปร์ (PSA) ที่ได้มีการประกาศนำเสนอบริการ Digital Payment Token (DPT) ซึ่งครอบคลุมธุรกิจคริปโตและเว็ปเทรดคริปโตทั้งหมดในสิงคโปร์ภายใต้กฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทางการเงิน (CTF)

ด้วยการนำเสนอบริการใหม่นี้ ธุรกิจคริปโตที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์จะต้องมีลงทะเบียนครั้งแรกกับ MAS หลังจากนั้นพวกเขาถึงจะยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการในเขตอำนาจศาลได้

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศกฎหมายใหม่

เช่นเดียวกับมาตรการต่อต้านการฟอกเงินในยุโรป (AMLD5) ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคมเป็นต้นไป บริษัทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโตเคอเรนซี่จะมีเวลาหนึ่งเดือนในการลงทะเบียนกับ MAS เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะมีระยะเวลาเพิ่มอีกหกเดือนในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปใช้กฎหมายใหม่ ซึ่งในระหว่างนี้พวกเขาจะต้องสมัครขอรับใบอนุญาตการเป็นสถาบันการชำระเงินที่ถูกต้อง

“พระราชบัญญัติการชำระเงิน (PSA) ได้สร้างกรอบการกำกับดูแลที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและมีความยืดหยุ่นสำหรับอุตสาหกรรมการชำระเงิน” นาย Loo Siew Yee ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ของ MAS กล่าวว่า “โครงสร้างการกำกับดูแลใหม่นี้จะช่วยให้เราสามารถปรับใช้กฎระเบียบได้อย่างเหมาะสมและสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบของธุรกิจ โดยพระราชบัญญัติ PSA จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเติบโตของนวัตกรรม ในขณะที่ลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแนวการชำระเงินไปพร้อม ๆ กัน”

FATF
เมื่อพูดถึงเรื่องการนำกฎระเบียบคริปโตเคอเรนซี่มาใช้ ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังปฏิบัติตามกฎระเบียบของ Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2018 และมีการอัพเดทครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา

นาย Malcolm Wright หัวหน้าคณะทำงาน AML ในกลุ่มการค้า Global Digital Finance กล่าวว่าสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับธนาคารกลางของสิงคโปร์ก็คือ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎของ FATF “พวกเขาเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาจากประตูพร้อมกับการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่เรานำเสนอในแง่ของการดำเนินการปฏิบัติตาม PSA สำหรับเรื่องการส่งข้อมูลของแหล่งที่มา รวมถึงการส่งข้อมูลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผลประโยชน์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมก่อนหน้านี้”

MAS ได้ทำการเสนอแก้ไขกฎระเบียบ PSA เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและยังได้จัดแนวทางสำหรับธุรกิจคริปโในประเทศสิงคโปร์ให้สอดคล้องกับ FATF มากขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นการแก้ไขกฎระเบียบดังกล่าวยังได้ครอบคลุมไปถึงธุรกิจเว็ปเทรดคริปโต , การจัดหากระเป๋าเงินฝากในนามของลูกค้า และการเป็นตัวแทนหรือโบรคเกอร์ของการทำธุรกรรม DPT

“สำหรับเรื่องกฎเกณฑ์บางอย่างดูเหมือนว่า MAS จะเดินล่วงหน้า FATF ไปก่อนแล้ว แต่ในขณะเดียวกันแง่มุมอื่น ๆ ของ MAS อาจจะยังไปถึงจุดที่ FATF ตั้งเป้าเอาไว้” นาย Malcolm Wright กล่าว

หลายคนกลัวว่ากฎระเบียบนั้นอาจยับยั้งนวัตกรรมในช่วงฟักตัวเช่น คริปโตเคอเรนซี่ แต่ความเป็นจริงแล้วการมาของ AMLD5 ในทวีปยุโรปนั้นอาจเป็นเรื่องดีที่นำมาซึ่งการควบรวมกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ได้รวมตัวกันเพื่อปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับต้นทุนของการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทางสยามบล็อกเชนรายงานว่ากฏระเบียบ AMLD5 ตัวใหม่นี้ได้ส่งผลให้เว็ปให้บริการชำระเงิน Bitcoin ที่มีชื่อว่า ‘Bottle Pay’ ต้องปิดตัวลงไป รวมถึงแพลตฟอร์มการขุดคริปโต Simplecoin และแพลตฟอร์มเกม bitcoin Chopcoin ก็มีรายงานว่าเพิ่งจะปิดตัวลงด้วยเหตุผลเดียวกันนี้

ในขณะเดียวกัน Deribit ซึ่งเป็นตลาดคริปโตฟิวเจอร์ของเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า พวกเขากำลังวางแผนที่จะย้ายไปที่ปานามา เนื่องจากกฎระเบียบ AMLD5 ของประเทศบ้านเกิด “จะทำให้เกิดอุปสรรคมากเกินไปสำหรับนักเทรด ทั้งในด้านกฎระเบียบและต้นทุนค่าใช้จ่าย”

แต่ทว่านาย David Carlisle หัวหน้าฝ่ายการวิเคราะห์เทคโนโลยีบล็อกเชนของบริษัท Ellchain กลับได้เสนอความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป เขากล่าวว่ากฎระเบียบ AMLD5 ที่กำหนดไว้ใน บริษัทคริปโตนั้นเป็น “เรื่องปกติ” รวมถึงขั้นตอนการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัยในบริษัทต่าง ๆ นั้นจะต้องมีบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อทำงานเหล่านี้