ราคาของ Bitcoin นั้นได้วิ่งผ่านไปมาที่ระดับ 7,000 ดอลลาร์มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์
แล้ว และทุก ๆ ครั้งที่มันทะลุผ่าน 7,000 ดอลลาร์มาได้ มันก็มักจะต้องเจอกับแรงเทขายอย่างรุนแรง ทำให้ราคานั้นร่วงลงมาตลอด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่าน
มา ดูเหมือนว่าเหรียญดังกล่าวนั้นจะขึ้นกลับไปยืนที่ระดับ 7,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้งโดยที่
ไม่ร่วงลงมา แต่ราคานั้นก็เริ่มเข้าใกล้แนวต้านเข้าไปทุกทีแล้ว และแม้ว่าราคาจะมีการฟื้นตัวมาได้ แต่ตลาด Bitcoin Futures นั้นก็เริ่มที่จะมีความไม่แน่นอนสูงมากในขณะนี้ อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ Arcane

BTC Futures นั้นเริ่มที่จะเด้งกลับมาจากจุดต่ำสุดของเมื่อวันที่ 12 มีนาคมได้ และก็เข้าใกล้จุดเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ นับจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กระนั้นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์นี้ก็ยังมีอาการความตึงเครียดในตลาด Futures อย่างมาก เมื่อราคาพรีเมียมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ BTC นั้นได้ร่วงลงมาเรื่อย ๆ อย่างมาก โดยตลาดฟิวเจอร์ระดับโลก The Chicago Mercantile Exchange [CME] ได้รายงานว่านักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่นั้นกำลังมองว่าตลาดค่อนข้างที่จะเป็นด้านบวกมากกว่านักลงทุนทั่วไป

ซึ่งราคาพรีเมียมโดยรวมของตลาดฟิวเจอร์นั้นได้ร่วงลงมาเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าราคาพรีเมียมของตลาด CME นั้นจะร่วงลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายนปี 2020 แต่อาจจะเพิ่มขึ้นอีกทีในเดือนกันยายนปีนี้ นอกจากนี้ระดับราคาพรีเมียมบนเว็บ BitMEX, Deribit, FTX และ Kraken นั้นอาจจะเพิ่มขึ้นไปแตะ 0.04% ในเดือนมิถุนายนนี้

ขณะที่ตลาด Bitcoin Futures บน CME นั้นมีการฟื้นตัวขึ้นมาจากการเทขายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าตลาด Bakkt นั้นจะไม่เคลื่อนไหวตาม ซึ่งการเปิด open interest นั้นได้ร่วงลงมาจากระดับ 19 ล้านดอลลาร์ในเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ 6 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายนนี้

ในเดือนนี้เรายังได้เห็นสัญญาการซื้อขายที่หมดอายุ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการร่วงลงของราคาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Arcane นั้น จำนวนสัญญาของ BTC ที่ถูกถือไว้เพื่อรอหมดอายุนั้นได้ร่วงลงอย่างมากในเดือนเมษายนนี้เหลือแค่ 117 ซึ่งทำให้มูลค่าเหลืออยู่แค่ 54% เท่านั้น

สรุปก็คือ ข้อมูลจากภาพด้านบนนั้นถือเป็นข้อมูลจากนักลงทุนสถาบัน ที่เผยให้เห็นว่าตลาดนั้นยังคงมีความตึงเครียดอย่างมาก และนั่นหมายความว่าเราอาจจะได้เห็นความไม่แน่นอนในตลาด Bitcoin เกิดขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้