เป็นนิตยสารด้านการเงิน ที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Forbes นั้นได้ออกมารายงานว่าราคาของ Bitcoin นั้นกำลังพุ่งไปหาระดับ 10,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดนั้นเริ่มกลับไปอยู่ในจุดที่ก่อนการเกิดวิกฤตไวรัสโคโรน่า

ซึ่งราคาของ Bitcoin นั้นได้เพิ่มขึ้น 30% ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้ภาพความน่ากลัวของเมื่อวันที่ 12 มีนาคมนั้นหายไปหมดสิ้น และดูเหมือนว่าอัตราผลตอบแทนของมันนั้นจะสามารถเอาชนะของตลาดหุ่น S&P 500 ได้

โดยราคาของ Bitcoin นั้นได้เริ่มพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ในช่วงเมื่อวานนี้ ทำให้ราคาของมันนั้นพุ่งแตะ 8,900 ดอลลาร์ไปบนเว็บไซต์ Bitstamp ก่อนที่จะร่วงปรับตัวลงมาอยู่ที่ 8,700 ดอลลาร์

อีกทั้งนักวิเคราะห์จากกองทุนด้าน Bitcoin นาม Stax ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า

“ราคาของ Bitcoin นั้นกำลังถูกซื้อขายกันอยู่ที่จุดที่สำคัญมาก ซึ่งมันเป็นจุดที่เผยให้เห็นถึงการทำ Fibonacci retracement บนกราฟ ในขณะเดียวกันเส้น moving average 50 วันและเส้น moving average 10 วันก็ได้มาบรรจบกันแล้วในกราฟ

ราคามีโอกาสพุ่งไปแตะ 9,300 ดอลลาร์ได้ แต่ก็ให้ระวังการปรับตัวลงในระยะสั้น”

และนักเทรดทั่วโลกนั้นต่างก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นกันอย่างมาก เนื่องมาจากการฟื้นตัวของตลาดคริปโตในตอนนี้ แม้ว่าจะมีการล็อคดาวน์อยู่ที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ก็ตามเถอะ

ราคา Bitcoin ในตลาดไทยขยับตาม
นอกเหนือจากการเพิ่มขึ้นของราคาตลาดโลกแล้ว ดูเหมือนว่าในตลาดไทยก็จะมีการตอบรับราคาของตลาดโลกด้วยเช่นกัน

เป็นนิตยสารด้านการเงิน

กราฟราคาจากเว็บผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตสัญชาติไทยอย่าง Bitkub ด้านบนนั้นเผยให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ที่มีการปรับตัวขึ้นตามตลาดโลกในวันนี้ โดยราคาล่าสุดนั้นอยู่ที่ 284,199 บาท ซึ่งปรับตัวขึ้นมาจาก 251,916 บาทจากเมื่อช่วงสองวันที่ผ่านมา ซึ่งใกล้เคียงกับของราคาตลาดโลกในตอนนี้ที่ 8,770 ดอลลาร์

เป็นนิตยสารด้านการเงิน

ขณะเดียวกัน บนกระดานซื้อขายอีกเจ้าหนึ่งอย่าง Satang Pro นั้นก็มีการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ด้วยเช่นกัน โดยขึ้นมาสูงถึง 283,700 บาท จากระดับราคาที่ 252,000 บาทจากเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา เผยให้เห็นถึงการเพิ่มของราคาที่ไล่เลี่ยกับเว็บแรกอย่างมากทีเดียว

การ halving ของ Bitcoin กำลังเริ่มใกล้เข้ามา และนักเทรดนั้นก็กำลังตื่นเต้นกับการลดลงของจำนวน supply ที่กำลังจะมาถึง ดูเหมือนว่าราคานั้นก็มีการขานรับต่อความตื่นเต้นของราคาดังกล่าวแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการ halving นี้จะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้เหมือนกับของปี 2016-2017 ได้หรือเปล่า