การเติบโตของอุตสาหกรรม cryptocurrency แล้วนั้น หนึ่งในตัวแปรที่ผู้คนนิยมใช้วัดการเติบโตนั้นก็คือจำนวนตู้ ATM Bitcoin (หรือ BTM) ที่มีอยู่ทั่วโลกนั่นเอง โดยรายงานล่าสุดเผยว่ามันมีจำนวนที่มากกว่า 7,500 ตู้ทั่วโลกแล้วในขณะนี้

ซึ่งตัวเลขจาก Coin ATM Radar หรือเว็บไซต์ที่คอยติดตามการติดตั้งตู้ Bitcoin ATM ทั่วโลกนั้นเผยว่าในเดือนเมษายนนี้ได้มีการติดตั้งตู้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยในปี 2020 นี้มีตู้ ATM Bitcoin ที่ถูกติดตั้งใหม่เป็นจำนวน 1,200 ตู้ ทั่วโลก ซึ่งหากเทียบกับในอดีตที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ปี 2014-2018 มีการติดตั้งตู้ใหม่ 2,000 ตู้ ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ปีละ 500 ตู้เท่านั้น

ประเทศสหรัฐฯนั้นเป็นประเทศที่มีการติดตั้งตู้ ATM Bitcoin สูงถึง 5,422 ตู้ โดยคิดเป็น 70% ของทั้งโลก รองลงมาก็คือแคนาดาที่มีอยู่ 721 ตู้ (9.5%), อังกฤษนั้นอยู่ที่ 279 ตู้ (3.7%) และออสเตรเลียที่ 137 ตู้ (1.8%)

สังเกตได้ว่าทวีปอเมริกาเหนือนั้นมีอัตราความนิยมในการใช้ตู้ดังกล่าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งบ่งบอกว่าผู้คนนั้นให้ความสนใจในด้านการจับจ่ายใช้สอย Bitcoin และคริปโตมากกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งหากเทียบกับในแถบเอเชียนั้น ตัวเลขมีน้อยมาก ๆ จนแทบจะไม่สามารถเห็นได้บนกราฟเลย สาเหตุหลัก ๆ นั้นอาจเป็นเพราะว่าผู้คนในประเทศในแถบเอเชียมอง cryptocurrency ว่าเป็นเครื่องมือในการลงทุนมากกว่าสกุลเงินในการนำไปซื้อขายสินค้านั่นเอง

และปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านตู้ ATM Bitcoin ชั้นนำถึง 554 แบรนด์ด้วยกัน และพวกเขาก็ยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการนำตู้ของพวกเขาไปติดตั้งและสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนละแวกนั้นได้รู้จัก ซึ่งการแข่งขันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะยิ่งตัวเลขการติดตั้งตู้ใหม่มีมากเท่าไร โอกาสที่มันจะดึงผู้คนให้เข้ามาในวงการคริปโตก็มีเยอะขึ้นเท่านั้น

โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท Bitcoin Depot ได้ออกมาเผยว่าพวกเขาได้ทำการติดตั้ง ATM เพิ่มเป็นจำนวน 500 เครื่อง ภายหลังจากนั้นในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทคู่แข่ง Coinsource ก็ได้ออกมาเกทับว่าพวกเขาได้ทำการติดตั้งตู้ใหม่แล้วอยู่ที่ 600 เครื่อง แต่ในวันนี้บริษัท CoinCloud นั้นกำลังนำหน้าสองบริษัทนั้นไปโดยพวกเขากล่าวว่ามีการติดตั้งไปแล้ว 653 เครื่อง

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ผลิตตู้ ATM Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะน้อยกว่าจำนวนผู้ให้บริการเสียอีก โดยมีเพียงแค่ 42 เจ้าในตลาดปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งผู้ที่นำตลาดอยู่ตอนนี้ก็คือ Genesis Coin (33.8%) และ Genesis Bytes (30.7%)

และท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดในตอนนี้เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนนั้นไม่กล้าที่จะจับเงินสดที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และหันไปใช้ตัวเลือกการจ่ายเงินที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลกันมากขึ้น ซึ่งการมาของ Bitcoin ATM ที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงตัวเลือกดังกล่าวได้ง่ายขึ้นนั้นดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ในวิกฤตนี้ได้เป็นอย่างดี