อัตรา Hashrate ทั้งหมดของเครือข่าย Bitcoin ได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกรอบ แล้วก็นี่ชี้ให้เห็นถึงการมองโลกในแง่ดีของ นักลงทุน Btc ภายหลังการ Halving ครั้งที่ 3 ได้ผ่านพ้นไป

การ Halving ครั้งที่ 3 ของ Bitcoin เกิดขึ้นช่วงวันที่ 11 พฤษภาคม 2020 ไม่นานต่อจากนั้นอัตรา Hashrate ทั้งหมดก็ได้ปรับตัวลดน้อยลงจาก 121 ล้าน TH/s ไปเป็น 90 ล้าน TH/s

การฟื้นฟูสภาพอย่างเร็วของอัตรา Hashrate แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเหมืองขุดมีพัฒนาเชิงบวกที่มากขึ้น ซึ่งนั่นบางทีอาจทำให้เกิดความมั่นคงของตลาด

ตัวเร่งปัจจัยเชิงบวกสำหรับราคา Bitcoin ในระยะกลาง
หลังจากการ Halving จบลง อัตรา Hashrate ในเครือข่าย Bitcoin ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากการ Halving ได้ปรับลดบล็อครางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่งส่งผลทำให้รายได้ของพวกเขาลดน้อยลง

เมื่อนักขุดต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการผลิตลดต่ำลง พวกเขาก็มักจะเทขาย BTC ของพวกเขา เพื่อนำมาชดเชยค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะมีการปรับยกระดับค่าความยากในการขุด Bitcoin ซึ่งปกติแล้วจะเกิดขึ้นเมื่อมีการขุดครบ 2,016 Block ดังนั้นโอกาสที่นักขุดจะยอมแพ้หรือมีการเทขายครั้งใหญ่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นไปได้ยาก

นาย Alejandro De La Torre รองประธานของเหมืองขุด Poolin กล่าวอธิบายว่าเครื่องขุดรุ่นเก่าก็ยังคงสามารถทำกำไรได้ นั่นหมายความว่า หากนักขุดยังคงสามารถทำกำไรต่อไปได้ แนวโน้มที่พวกเขาจะเทขายเหรียญ BTC ก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

นาย Torre อธิบายว่า :

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน การปรับตั้งค่าความยากลดลง – 2.87% และอัตราเฉลี่ย hash rate ของเครือข่ายอยู่ที่ 120.57 EH / s สิ่งที่น่าสนใจก็คืออัตรา hashrate ยังคงเพิ่มขึ้นและนี่อาจส่งผลดีต่อราคา เนื่องจากเครื่องขุดรุ่นเก่ายังคงสามารถทำกำไรได้”

ดังนั้นนาย Torre กล่าวว่าอัตรา Hashrate ของเครือข่าย Bitcoin น่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าความยากในการขุด BTC ต่ำกว่าในสัปดาห์ก่อนและราคาของ BTC ยังคงสูงกว่าระดับ $ 11,000

เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า :

“ค่าความยากในการขุด ปัจจุบันลดต่ำกว่าช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจากระดับ 17.35T ไปเป็น 16.85T และมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นคาดว่าจะมี hashing ที่แข็งแกร่งในอีกสองสัปดาห์ถัดจากนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับราคาในตอนสุดท้าย”

อัตรา Hashrate ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในระยะเวลาเพียงสามเดือน หลังจากการ Halving ถือได้ว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึง ค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าในมณฑลเสฉวน ประเทศจีนยังบอกอีกว่าอุตสาหกรรมการขุดกำลังไปได้สวย

วัฏจักรช่วงขาขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจาก ByteTree Bitcoin ที่นักขุดถืออยู่ในช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 30 BTC

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่านักขุดไม่ได้เทขายเหรียญมากกว่าที่พวกเขาขุดได้ ดังนั้นจึงหมายความว่าแรงเทขาย Bitcoin ในตลาดกำลังลดน้อยลง

แรงขายที่ค่อนข้างต่ำจากนักขุดเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ทำให้ BTC สามารถรักษาโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า Bitcoin กำลังฟื้นตัวจากในช่วงครึ่งปีก่อนถึงไตรมาสที่สี่ของปีนี้ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีของภาคการขุด