Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Monthly Archives: กุมภาพันธ์ 2020

Archive of posts published in the specified Month

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก SBI กลายเป็นหุ้นส่วนหลักกับ Ripple ด้านธุรกิจการโอนเงินแล้ว

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก

Ripple ยังคงเดินหน้าธุรกิจต่อรุดหาพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตลาดละตินอเมริกาจนกระทั่งไล่มาถึงฝั่งเอเชีย ล่าสุดผู้ให้บริการด้านการโอนเงินระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น SBI ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Ripple แล้วและจะเปิดตัวแอปพลิเคชั่นโอนเงิน MoneyTap ซึ่งทาง SBI & Ripple จะให้บริการโอนเงินในประเทศไทย, เวียดนามรวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ธนาคารที่ร่วมพาร์ทเนอร์กับ Ripple และ xCurrent

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก
SBI และ Ripple Asia ได้ร่วมกันสร้างสำนักงานเลขาธิการสำหรับ SBI Consortium ซึ่งมีธนาคารที่ร่วมพาร์ทเนอร์กับ SBI กว่า 61 แห่งซึ่งจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของ Ripple xCurrent DLT solution เป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับเครือข่ายชำระเงิน RC Cloud (Ripple Connect)

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก SBI กลายเป็นหุ้นส่วนหลักกับ Ripple ด้านธุรกิจการโอนเงินแล้ว

โดย RC Cloud นี้จะเข้ามาช่วยตัวแอปพลิเคชั่น MoneyTap ให้มีการส่งเงินข้ามประเทศได้เร็วขึ้นและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบของ Swift ระบบ ธนาคารผู้ที่อยู่ในระบบ RC Cloud จะสามารถใช้เทคโนโลยี xCurrent ในการส่งเงินผ่านทางแอป สัดส่วนการร่วมหุ้นคือ SBI ถือ 60% และ Ripple ถือ 40%

สถาบันการเงินอันดับต้นๆของโลก

RC Cloud ไม่ได้ใช้โทเค็น XRP แต่จะเป็นระบบที่ให้บริการแก่บริษัทอื่นๆ แทนและมีรวมอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งในและต่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินข้ามประเทศ

SBI นั้นถือเป็นหนึ่งในบริการด้านการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียมีจำนวนการให้บริการชำระเงินมูลค่ากว่า 7 พันล้านเยนเมื่อปีที่แล้วและเป็นเครือข่ายที่มีการทำธุรกรรมมากสุดบน RippleNet

แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือทาง SBI นั้นใช้เทคโนโลยี xCurrent ของ Ripple ซึ่งไม่ใช่ XRP แต่อย่างใด ด้านของตัวแทนผู้จัดการ SBI Remit Co, ก็ได้กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า:

“มันเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาแก้ปัญหาที่มีอยู่และพัฒนาระบบการโอนเงินระหว่างประเทศเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของเราซึ่ง Ripple ก็เปิดช่องทางให้พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้งานของลูกค้าทุกคน”

หลังจากที่มีประกาศออกมาราคาเหรียญ XRP ก็ยังไม่ได้ขยับมากนัก โดยตอนนี้ราคา XRP นั้นอยู่ที่ $0.279 ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเพียง 0.35% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงจาก Coinmarketcap…

ผู้ชื่นชอบในการทำนายราคา Bitcoin นาย Tom Lee เผย ราคา BTC จะพุ่งแตะ 8 แสนบาทปีนี้

ผู้ชื่นชอบในการทำนายราคา

ผู้ชื่นชอบในการทำนายราคา Bitcoin

ราคา Bitcoin ในวันนี้อยู่ที่ 9,238 ดอลลาร์ตามเว็บไซต์ Tradingview นักลงทุนกำลังคาดหวังว่าราคาจะสามารถทำลายแนวต้านที่ 10,000 ดอลลาร์ได้ในเร็วๆ นี้ ล่าสุดหนึ่งในสาวก Bitcoin อย่างนาย Tom Lee ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทอย่าง Fundstrat Global Advisors นั้นได้ออกมากล่าวแสดงความคิดเห็นว่าภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ Bitcoin จะสร้างผลกำไรให้นักลงทุนกว่า 200 เปอร์เซ็น

นาย Tom Lee ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Yahoo! Finance เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2020 โดยเขายกกราฟทฤษฎีแบบ 200 MA มาสนับสนุนมุมมองของเขา

ผู้ชื่นชอบในการทำนายราคา Bitcoin นาย Tom Lee
เผย ราคา BTC จะพุ่งแตะ 8 แสนบาทปีนี้

นาย Tom Lee เป็นนักวิเคราะห์ Bitcoin ที่มีชื่อเสียง โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาเคยออกมาคาดการณ์สนับสนุนราคา Bitcoin ในวันที่ 23 มกราคม นาย Tom Lee ได้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ Fast Money ของ CNBC ซึ่งเขาได้ทำนายว่าในปี “2020 นี้น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับ Bitcoin” โดยเขาให้เหตุผลว่า:

“ใช่แล้วปี 2020 น่าจะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Bitcoin โดยเหตุการณ์ Halving ซึ่งจะเป็นการลดบล็อกรางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์และอุปทานที่ดี รวมถึงเหตุการณ์การเลือกตั้งของประธานาธิบดีคนใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและด้วยสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะผลดีต่อคริปโตเคอเรนซี่”

ดังนั้นแล้วสาเหตุสำคัญที่จะส่งผลกระทบในแง่บวกจะมี 3 ประการดังต่อไปนี้:

1. Bitcoin Halving (คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณ 12 พฤษภาคม 2563 )
2. สถานการณ์ความตึงเครียดการเมืองในตะวันออกกลาง
3. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020

นาย Tom Lee กล่าวกับ Yahoo! Finance ว่า “โดยเฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้นเป็นเดือนที่ดีมากของ Bitcoin ราคาของมันขึ้นไปกว่า 26 เปอร์เซ็น และมันก็กลับขึ้นมาอยู่เหนือเส้น MA (Moving Average) แบบ 200 ได้แล้ว”

ตัวชี้วัดแบบ Moving Average (MA) คือการคำนวณค่าเฉลี่ยของเทรนด์ราคา Bitcoin มันคำนวณราคาของ Bitcoin ในอนาคตโดยอ้างอิงจากสถิติราคาในอดีตเป็นปัจจัยหลัก

ตัว Moving Average (MA) ถูกออกแบบมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ MA แบบกราฟ 5 วัน/ 10 วัน/ 30 วัน/ 60 วัน/ 120 วัน/ 200 วัน ดังนั้นแล้วนักลงทุนสามารถใช้พวกมันประกอบกันเพื่อคำนวณเทรนด์ราคาในระยะสั้น กลาง หรือยาวก็ได้

เส้น Moving Average แบบ 200 วันมักจะถือเป็นแนวต้านสำคัญของ Bitcoin ดังนั้นนาย Tom Lee จึงชี้ให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin หลุดจากแนวต้านได้แล้ว

“มันเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่คุณและคนอื่นๆ ที่ศึกษาเรื่องของเทรนต์ราคารู้กัน เมื่อใดที่ราคากลับมาอยู่เหนือเส้นเฉลี่ยแบบ 200 วันได้ตลาดจะกลับมาสู่ตลาดขาขึ้นอีกครั้ง และเมื่อใดที่ราคา Bitcoin กลับมาอยู่เหนือเส้นเฉลี่ย 200 วันค่าเฉลี่ยของผลกำไรจะอยู่ที่ 197 เปอร์เซ็น ”

ผู้ชื่นชอบในการทำนายราคา

Moving Average แบบ 200 วันจาก TradingView

ในช่วงปลายเดือนมกราคมราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจาก 8,300 ดอลลาร์เป็น 9,600 ดอลลาร์ภายในสองอาทิตย์ แต่ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์มันเริ่มผ่อนตัวลงมาจนอยู่ที่ 9,300 ดอลลาร์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งในช่วงที่ราคาอยู่ที่ระดับ 8,300 ดอลลาร์นั้นก็คือช่วงที่นาย Tom Lee ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง Fast Money ของ CNBC นั้นเอง

นาย Tom Lee ยังคาดการณ์เพิ่มเติมอีกว่าผลตอบแทนของ Bitcoin ในปี 2020 นั้นน่าจะมีค่ามากกว่าผลตอบแทนของปี 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วย

นอกจากนาย Tom Lee แล้วยังมีนักลงทุนชื่อดังคนอื่นที่กล่าวสนับสนุน Bitcoin เช่นนาย Peter Brandt ผู้ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า Bitcoin จะมีโอกาสพุ่งขึ้นแตะระดับ $ 100,000 ในช่วงขาขึ้นระยะยาว ล่าสุดเขาได้ออกมากล่าวว่า Bitcoin กำลังแสดงสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่ามันอาจจะพุ่งขึ้นไป “ยืนเหนือ” ระดับ 1 แสนดอลลาร์ในอนาคต

“เราจะใช้จุดต่ำของราคาในอดีตเป็นจุดที่เชื่อมโยงราคาในอนาคต โดยในเดือนธันวาคมปี 2018 เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกไว้ล่วงหน้าว่าราคาจะพุ่งขึ้นไปตามรูปแบบกราฟพาราโบลา ซึ่งตอนนี้มันกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ผมไม่อยากจะคาดการณ์ล่วงหน้าไกลมากเกินไป เพราะมันอาจจะมีการโต้เถียงกันที่นี่เมื่อมันไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ผมเชื่อว่าราคาจะพุ่งขึ้นสูงกว่าระดับ $100,000 ภายในปี 2021”…

ราคา Bitcoin ยังคงอยู่ที่ระดับ 9,300 ดอลลาร์ในขณะที่บริษัทด้าน Technology กำลังครองตลาดหุ้น

กำลังครองตลาดหุ้น

กำลังครองตลาดหุ้น

อ้างอิงจากโพสต์ของ CNBC เผยว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ Apple, Facebook, Amazon, Microsoft และ Alphabet เป็นบริษัทที่ครอบครองสัดส่วนตลาดหุ้น 18% ของมูลค่าตลาดทั้งหมดตามที่บันทึกไว้โดย S&P 500 ซึ่งมันไม่ได้เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2000 ส่วน Bitcoin ก็เทรดกันแถวๆ ระดับราคา 9,300 ดอลลาร์หลังจากมีการย่อตัวเล็กน้อย

บริษัทด้าน Technology กำลังครองตลาดหุ้น

ด้านหัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านทุนสหรัฐอเมริกาของ Goldman Sachs นาย David Kostin ก็ได้ออกมากล่าวว่าบริษัท ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในปี 2020 มีมูลค่าค่อนข้างยุติธรรมและมีรายได้ให้กับการลงทุนมากขึ้น และการที่ทำกำไรได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ช่วยให้ตัวเลขจากการการวัดมูลค่า traditional valuation measures นั้นอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เคยในช่วงฟองสบู่เทคโนโลยีระเบิดเมื่อสองทศวรรษที่ผ่านมา

บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ก็มีรากฐานที่มั่นคงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น คริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชนก็เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทวิตเตอร์ได้เพิ่มอีโมจิของ Bitcoin เข้าไปซึ่งก่อนหน้านี้นาย Jack Dorsey ซีอีโอของ Twitter และ Square เขาได้ทวีตเกี่ยวกับ Emoji Bitcoin ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์…

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin กำลังจะเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin

บัญชีทวีตเตอร์ผู้ที่ใช้นามแฝงว่า ‘Crypto Birb’ ซึ่งเป็น CEO ของชุมชนนักเทรด Birb Nest และนักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังได้เผยถึงตัวชี้วัดที่แข็งแกร่ง 9 ข้อที่พิสูจน์แล้วว่าตลาดคริปโตนั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ตลาด Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาได้โพสต์ว่า Bitcoin (BTC) นั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากที่มันจะเบรคทะลุแนวต้านที่แข็งแกร่งและสามารถยืนเหนือเส้น 300MA ได้สำเร็จ รวมถึงปัจจัยตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่บ่งบอก

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin กำลังจะเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรงแล้วว่ามันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน

-Btc เบรคทะลุเหนือแนวต้านที่แข็งแกร่ง

-กราฟอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว

-การ Halving กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือน

-หลักจิตวิทยา disbelief (วัฏจักรของตลาด)

-การมาของ Btc option

-มีคำว่า ‘target sirs’ อยู่ในทุก ๆ ทวีต

-การมีส่วนร่วมในทวีตเตอร์เพิ่มมากขึ้น

-John McAfee เตรียมสมัครลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

-Jack Dorsey เพิ่ม #Bitcoin emoji

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา

กราฟระยะยาวของ Bitcoin ดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่ในเชิงบวก ซึ่งนาย Scott Melker นักวิเคราะห์ชื่อดังได้เรียกมันว่า “’มหากาพย์ในกราฟรายเดือน” โดยเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า Bitcoin สามารถกลืนกินแท่งเทียนก่อนหน้านี้สองแท่ง ในขณะที่มันได้เบรคทะลุเหนือระดับแนวต้านที่สำคัญถึงสองระดับในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่พุ่งขึ้นมาเกือบ 30% ในเดือนนี้

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา

ตลาด Bitcoin (BTC) Options ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่ยืนยันแล้วว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ตัวชี้วัดดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมันเป็น ‘ช่องว่างของราคา CME’ ที่ทำให้มูลค่าของ Bitcoin ร่วงลดลงถึง 7% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลักจิตวิทยาของผู้คน
ในขณะที่เหตุการณ์ Bitcoin Halving กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกที ๆ ซึ่งมันเป็นเหตุผลสำคัญที่หลายคนเชื่อกันว่ามันจะส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

สำหรับนักเทรดมือใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสที่จะกำไรในคริปโตเคอเรนซี่ พวกเขามักจะถามนักเทรดที่มีประสบการณ์อยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดและนั่นเป็นเหตุผลที่ Crypto Birb ชอบพูดคำว่า ‘target sirs’ ในทวีตเตอร์ของเขา เพราะว่ามันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่า ผู้คนกำลังเข้ามามีส่วนร่วมใน Twitter กันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามความเชื่อที่ว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้นก็กำลังถูกห้อมล้อมไปด้วย ‘ความไม่เชื่อ’ หรือ ‘ความกลัว’ (disbelief) ของผู้คนว่า Bitcoin อาจจะเกิดเหตุการณ์วิกฤตเช่นเดียวกับช่วงปี 2019 ที่ส่งผลทำให้ตลาดเข้าสู่ช่วงขาลงที่เลวร้าย

มุมมองจากเทพด้านคริปโตในไทย
ในด้านกูรูผู้เชี่ยวชาญด้าน Bitcoin ชาวไทยที่ได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งคริปโตนามว่า ‘เทพคอยน์’ ก็ออกมาพูดถึงการวิเคราะห์ราคาของนาย Scott Melker นักเทรดคริปโตชื่อดังที่ว่าเมื่อ Bitcoin พุ่งแตะถึงระดับ 10,540 ดอลลาร์ ราคาอาจชนแนวต้านและร่วงลงไปถึงระดับ $8,300-$8,400 ได้

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา

แต่ในมุมมองของ ‘เทพคอยน์’ เขากลับไม่เชื่อเช่นนั้น และมันยิ่งทำให้เขามั่นใจขึ้นไปอีกว่าตรงนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุดและราคาน่าจะพร้อมไปต่อได้อีกไกล แต่เมื่อไหร่ที่ทุกคนในทวีตเตอร์หรือเพจต่าง ๆ มองขึ้น รวมไปถึงสื่อใหญ่ ๆ เช่น cnbc , bloomberg , คุณสุทธิชัย , รายการแบไต๋ไฮเทค หรือรายการไอทีต่าง ๆ เอาเรื่องที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นนี้เอาไปประโคมข่าว ก็จะมีนักลงทุนหน้าใหม่ นอกวงการที่เคยสนใจเรื่องคริปโตเคอเรนซี่ เกิดอยากซื้อคริปโตขึ้นมาทันที ซึ่งเมื่อนั้นแหละคือช่วงที่ราคา Bitcoin ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้วและเราจะเตรียมขายกันได้เลย เขากล่าว

สัญญาณรอบตัวที่บ่งบอกว่าราคา

แต่ถึงกระนั้นเราก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่ามันจะเป็นเช่นเดียวกับที่เขาคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ ? เพราะในขณะนี้ตลาด Bitcoin นั้นค่อนข้างที่จะอยู่ในลักษณะไซด์เวย์ และยังไม่ใช่ช่วงเวลาตื่นเต้นและเร้าใจแบบที่ทุกคนหวังกันไว้…

แอพส่งข้อความยักษ์ใหญ่ LINE เตรียมเปิดตัวเหรียญ Link ให้เทรดในญี่ปุ่นเดือนเมษายนนี้

ให้เทรดในญี่ปุ่นเดือนเมษายนนี้

เปิดตัวเหรียญ Link ให้เทรดในญี่ปุ่นเดือนเมษายนนี้

บริษัท LVC Corporation ซึ่งเป็นบริษัทลูกของผู้ให้บริการแอพส่งข้อความอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง LINE เตรียมเปิดตัวเหรียญ Cryptocurrency ที่มีชื่อว่า Link ในญี่ปุ่น เดือนเมษายนนี้

โดยอ้างอิงจาก PR ของเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ทาง LVC นั้นยังได้พัฒนาระบบที่จะถูกเปิดตัวพร้อม ๆ กับ Link ด้วยซึ่งนั่นก็คือเว็บกระดานเทรดเหรียญคริปโตนามว่า BitMax

LINE เตรียมเปิดตัวเหรียญ Link ให้เทรดในญี่ปุ่นเดือนเมษายนนี้

ก่อนหน้านี้ Line นั้นได้เริ่มเปิดให้เทรดเหรียญ Link ไปแล้วบนเว็บเทรดนามว่า BitBox เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมปี 2018 ที่ผ่านมา ยกเว้นในญี่ปุ่นเนื่องจากว่ากฎหมายและข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิม ส่งผลทำให้ทาง LVC นั้นต้องรอใบอนุญาตจากทางรัฐบาลเมื่อเดือนกันยนยนปี 2019 ก่อนที่จะเปิดตัวเว็บกระดานซื้อขาย BitMax ในเวลาต่อมา

โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของพวกเขานั้น เหรียญ Link นั้นจะทำให้ผู้ถือสามารถที่จะนำมันไปใช้กับ decentralized app (Dapps) อีกมากมาย

LINE นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ให้บริการด้านแอพส่งข้อความรายเดียวที่ออกมาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency ก่อนหน้านี้บริษัทอื่น ๆ อย่าง Kik, Telegram, Whatsapp และ Facebook ก็ได้ออกมาสร้างเหรียญของพวกเขาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น TON และ Libra เป็นต้น

ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากที่เหรียญดังกล่าวเปิดให้เทรดในญี่ปุ่นแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหรือไม่…

ตลาดหลักทรัพย์ประเทศเซเชลส์ลิสต์เหรียญ Cryptocurrency ที่มี Supercar มาค้ำไว้แล้ว

ตลาดหลักทรัพย์ประเทศเซเชลส์ลิสต์เหรียญ

ตลาดหลักทรัพย์ประเทศเซเชลส์ลิสต์เหรียญ

ตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตเพียงแห่งเดียวในเซเชลส์ หรือ สาธารณรัฐเซเชลส์ ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ล่าสุดบริษัทเพิ่งได้ลิสโทเค็นสำหรับการสะสมรถยนต์หรูระดับ luxury ที่มีมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสนอขายให้กับนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนในระดับสถาบัน

ตลาดหลักทรัพย์ประเทศเซเชลส์ลิสต์เหรียญ Cryptocurrency

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา MERJ Exchange กล่าวว่าบริษัทกำลังจะร่วมมือกับทาง CurioInvest ในการสร้างโทเค็นขึ้นบนเครือข่ายของ ethereum เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในหุ้นของรถยนต์ระดับ “supercars” เช่น Ferrari ในขณะเดียวกันโทเค็นดังกล่าวจะถูกเสนอขายให้กับนักลงทุนในระดับสถาบันและนักลงทุนรายย่อย โดยบริษัทคาดว่าการซื้อหุ้นจะได้รับแรงสนับสนุนจากนักลงทุนระดับสถาบันและผู้ที่มาจากภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีข้อจำกัด ในเรื่องการนำเข้ารถยนต์เช่น ประเทศจีน

Ferrari F12tdf มูลค่า 1.1 ล้านดอลลาร์ รถสปอร์ทที่กล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “SECOND TO NONE” หรือ ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ จะกลายเป็นรถยนต์คันแรกที่ถูกลิสลงในตลาดหลักทรัพย์และ MERJ กล่าวว่าอาจมีรถยนต์เพิ่มเข้ามาอีกถึง 500 คันในอนาคต

MERJ Exchange อ้างว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในตลาดการแลกเปลี่ยนระดับชาติแห่งแรกที่ทำการลิสเหรียญโทเค็นที่สร้างขึ้นบน Ethereum Blockchain ซึ่งนักลงทุนจะสามารถเข้าถึงการแลกเปลี่ยนโดยตรงผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือแอพมือถือ ในขณะเดียวกันลูกค้าระดับสถาบันก็ยังคงสามารถเข้าถึงช่องทางการซื้อขายผ่านทางโบรคเกอร์ได้เช่นเดิม

นอกจากนี้ MERJ Exchange ยังกล่าวด้วยว่าการลิสเหรียญโทเค็นนี้จะช่วยให้ผู้คนจำนวนมากสามารถเข้ามาลงทุนในรถยนต์หรูและหายาก ซึ่งเป็นหมวดหมู่สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่

“ด้วยความร่วมมือกันในครั้งนี้ เราจะสามารถสร้างจุดเชื่อมต่อสำหรับนักลงทุนเพื่อให้มันกลายเป็นการแลกเปลี่ยนแบบครบวงจร เช่น การหักบัญชี (clearing,) , การชำระหนี้สัญญา (settlement) และการลงทะเบียน (registry)” นาย Jim Needham หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลของ MERJ Exchange กล่าวในแถลงการณ์…