Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Monthly Archives: เมษายน 2020

Archive of posts published in the specified Month

Forbes เผย ราคา Bitcoin เริ่มพุ่งเข้าหา $10,000

เป็นนิตยสารด้านการเงิน

เป็นนิตยสารด้านการเงิน ที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Forbes นั้นได้ออกมารายงานว่าราคาของ Bitcoin นั้นกำลังพุ่งไปหาระดับ 10,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดนั้นเริ่มกลับไปอยู่ในจุดที่ก่อนการเกิดวิกฤตไวรัสโคโรน่า

ซึ่งราคาของ Bitcoin นั้นได้เพิ่มขึ้น 30% ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้ภาพความน่ากลัวของเมื่อวันที่ 12 มีนาคมนั้นหายไปหมดสิ้น และดูเหมือนว่าอัตราผลตอบแทนของมันนั้นจะสามารถเอาชนะของตลาดหุ่น S&P 500 ได้

โดยราคาของ Bitcoin นั้นได้เริ่มพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ในช่วงเมื่อวานนี้ ทำให้ราคาของมันนั้นพุ่งแตะ 8,900 ดอลลาร์ไปบนเว็บไซต์ Bitstamp ก่อนที่จะร่วงปรับตัวลงมาอยู่ที่ 8,700 ดอลลาร์

อีกทั้งนักวิเคราะห์จากกองทุนด้าน Bitcoin นาม Stax ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า

“ราคาของ Bitcoin นั้นกำลังถูกซื้อขายกันอยู่ที่จุดที่สำคัญมาก ซึ่งมันเป็นจุดที่เผยให้เห็นถึงการทำ Fibonacci retracement บนกราฟ ในขณะเดียวกันเส้น moving average 50 วันและเส้น moving average 10 วันก็ได้มาบรรจบกันแล้วในกราฟ

ราคามีโอกาสพุ่งไปแตะ 9,300 ดอลลาร์ได้ แต่ก็ให้ระวังการปรับตัวลงในระยะสั้น”

และนักเทรดทั่วโลกนั้นต่างก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นกันอย่างมาก เนื่องมาจากการฟื้นตัวของตลาดคริปโตในตอนนี้ แม้ว่าจะมีการล็อคดาวน์อยู่ที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ก็ตามเถอะ

ราคา Bitcoin ในตลาดไทยขยับตาม
นอกเหนือจากการเพิ่มขึ้นของราคาตลาดโลกแล้ว ดูเหมือนว่าในตลาดไทยก็จะมีการตอบรับราคาของตลาดโลกด้วยเช่นกัน

เป็นนิตยสารด้านการเงิน

กราฟราคาจากเว็บผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตสัญชาติไทยอย่าง Bitkub ด้านบนนั้นเผยให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ที่มีการปรับตัวขึ้นตามตลาดโลกในวันนี้ โดยราคาล่าสุดนั้นอยู่ที่ 284,199 บาท ซึ่งปรับตัวขึ้นมาจาก 251,916 บาทจากเมื่อช่วงสองวันที่ผ่านมา ซึ่งใกล้เคียงกับของราคาตลาดโลกในตอนนี้ที่ 8,770 ดอลลาร์

เป็นนิตยสารด้านการเงิน

ขณะเดียวกัน บนกระดานซื้อขายอีกเจ้าหนึ่งอย่าง Satang Pro นั้นก็มีการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ด้วยเช่นกัน โดยขึ้นมาสูงถึง 283,700 บาท จากระดับราคาที่ 252,000 บาทจากเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา เผยให้เห็นถึงการเพิ่มของราคาที่ไล่เลี่ยกับเว็บแรกอย่างมากทีเดียว

การ halving ของ Bitcoin กำลังเริ่มใกล้เข้ามา และนักเทรดนั้นก็กำลังตื่นเต้นกับการลดลงของจำนวน supply ที่กำลังจะมาถึง ดูเหมือนว่าราคานั้นก็มีการขานรับต่อความตื่นเต้นของราคาดังกล่าวแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการ halving นี้จะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้เหมือนกับของปี 2016-2017 ได้หรือเปล่า…

คาดราคา Bitcoin อาจพุ่งไปแตะ 3.2 ล้านบาทหากทำลายแนวต้านสำคัญนี้ได้ในอนาคต

เอาชนะแนวต้านเหล่านี้ได้ในอนาคต

ซึ่งนักวิเคราะห์ชื่อดังในวงการคริปโตนาย Tone Vays กล่าวว่าขาขึ้นอันยิ่งใหญ่ของราคา Bitcoin นั้นกำลังมา ถ้าหากว่ามันสามารถที่จะ เอาชนะแนวต้านเหล่านี้ได้ในอนาคต

โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ราคาของเขาบน YouTubeนั้น นาย Vays กล่าวว่าตัวชี้วัดที่ชื่อว่า TD Sequential ที่ถูกใช้ในการตรวจจับเพื่อหาโอกาสที่ราคาจะ breakout นั้นกำลังเผยว่าราคาของ Bitcoin นั้นจะพุ่งทะยานอย่างรุนแรงหากมันสามารถที่จะทำลายแนวต้านได้ที่ 9,000 ดอลลาร์

แม้ว่าตัวอินดิเคเตอร์ของเขาจะดูมีลักษณะเป็นบวก แต่นาย Vays ก็กล่าวว่าตัวเขานั้นไม่อยากที่จะพนันว่ามันจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เนื่องจากว่าแนวต้านที่ระดับ 8,000 ดอลลาร์นั้นแข็งแกร่งมาก

“เราจะไปถึงระดับ 9,000 ดอลลาร์ได้ไหม อะไรก็เป็นไปได้ สาเหตุหลักใหญ่ ๆ ที่นี่มันฟังดูเหมือนกับเป็นการมองโลกในแง่ดีมากเกินไปเพราะว่าเส้น moving average จำนวน 128 วันที่เป็นแนวต้านใหญ่, เส้น moving average 200 วันและเส้น fibonacci 62% ที่ 8,000 ดอลลาร์ และนั่นถือว่าใหญ่ระดับสัตว์ประหลายดเลยทีเดียว”

ต่อมา นาย Vays กล่าวว่าหาก Bitcoin สามารถทำราคาได้ที่ 9,000 ดอลลาร์ได้นั้น แนวต้านตัวสุดท้ายจะอยู่ที่ 9,500 ดอลลาร์

สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง เขากล่าวว่าโมเดล stock to flow จากนักวิเคราะห์ชื่อดัง PlanB ที่กล่าวว่าราคา Bitcoin จะไปถึง 100,000 ดอลลาร์นั้นก็จะมีมาให้เห็นทันที ซึ่งมันอาจจะไปได้ถึง 288,000 ดอลลาร์ในปี 2024 นี้เลยก็เป็นได้ นอกจากนี้เขายังได้ชี้ไปที่งานวิเคราะห์ของนาย John McAfee ที่เคยออกมากล่าวว่าราคานั้นมีโอกาสพุ่งไปแตะ 500,000 ดอลลาร์ได้ในปีนี้อีก

“หากเราสามารถทะลุเส้นสีแดงนี้ได้ที่ 9,000 ดอลลาร์ นั่นคือช่วงที่ PlanB จะพูดถูก และ PlanB นั้นมีเป้าหมายราคาที่ค่อนข้างเป็นบวก

ตามที่เรารู้กัน การทำนายราคาของนาย John McAfee นั้นก็อาจจะถูกต้องอีกด้วยที่ระดับราคา 500,000 ดอลลาร์ นี่ถือเป็นแนวต้านระดับสุดยอด และมันจะไม่ไปไหนนอกเหนือกว่านั้นอีกซึ่งนั่นคือในกรณีที่ราคาอยู่ที่ 9,500 ดอลลาร์แล้ว สิ่งที่ผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็คือพวกเราจะถูกดีดลงมาจากระดับราคาที่ 8,000 ดอลลาร์”

นาย Vays กล่าวว่าเขาคาดการณ์ว่าราคาของ BTC นั้นจะยังคงพุ่งขึ้นต่อไป จนกระทั่งมันสามารถที่จะทำลายบาเรียที่ 8,000 ดอลลาร์ได้ หลังจากนั้นเขาคาดการณ์ว่าราคานั้นอาจย่อตัวลงมาอยู่ที่ 7,450 ดอลลาร์ หรือ 7,200 ดอลลาร์…

Bitcoin พุ่งแตะ 8,000 ดอลลาร์ เป็นราคาที่น่าจับตามอง

ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน

Bitcoin ได้ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน มาแล้ว และในขณะนี้มันกำลังไต่ระดับมาที่ 8,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับราคาแนวต้านสำคัญที่น่าจับตามองอย่างมาก

แล้วแนวต้านดังกล่าวนั้นทำให้ราคาพุ่งชนและก็ร่วงตกลงมาเป็นเวลาหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่านักเทรดนั้นก็จะไม่ย่อท้อ ซึ่งสังเกตได้จากการขึ้นมาของราคาครั้งล่าสุด

สิ่งนี้อาจหมายความว่าอาจมีนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่ก่อนหน้านี้เคยซื้อ Bitcoin ที่ระดับดังกล่าวแล้วติดดอย หันมาเทขายเพื่อพยายามออกจาก postition ดังกล่าวโดยที่ไม่ขาดทุน ซึ่งอาจทำให้ราคานั้นร่วงลงมา

ราคา Bitcoin กำลังเข้าใกล้แนวต้านที่สำคัญที่สุด
โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่ตอนนี้ ราคาของ Bitcoin นั้นกำลังถูกซื้อขายอยู่ที่ 7,789.72 ดอลลาร์ ซึ่งร่วงลงมาจาก 7,800 ดอลลาร์จากเมื่อวานนี้

สิ่งน่าสนใจก็คือดูเหมือนว่าราคาของ Bitcoin นั้นกำลังถูกดีดออกจากระดับราคาดังกล่าวเป็นเวลาหลายครั้งหากนับตั้งแต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้านี้มีผู้ที่ติดดอยบนตลาดเป็นจำนวนมาก

ฉะนั้นระดับราคาที่ 8,000 ดอลลาร์ในเชิงเทคนิคแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะยากพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ราคานั้นได้ร่วงจากระดับดังกล่าวลงไปอยู่ที่ 3,800 ดอลลาร์ ทำให้มีนักลงทุนที่ขายในระดับดังกล่าวไม่ทัน และก็กำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ราคานั้นพุ่งมาถึงจุดดังกล่าว

จากข้อมูล IntoTheBlock เผยให้เห็นว่านี่คือความเป็นไปได้ที่นักลงทุนนั้นควรที่จะจับตามอง โดยพวกเขาอธิบายไว้ว่า

“ราคา Bitcoin นั้นพุ่งมาแตะ 7,700 ดอลลาร์แล้ว โดยหากเราใช้เครื่องมือ IOMAP มาเป็นตัวชี้วัด เราจะเห็นว่าปัจจุบันมันมีกระเป๋าเก็บ BTC ที่เยอะจนเกือบ 1.5 ล้าน address ที่อาจเป็นอุปสรรคไม่ให้ราคาของ Bitcoin วิ่งผ่าน 8,000 ดอลลาร์ไปได้ และหากเราไปดูแนวรับนั้นเราจะค้นพบว่าที่ราคา 7,500 ดอลลาร์นั้นมี address ราว ๆ 1.17 ล้าน address ที่มีมูลค่าอยู่ที่ราว 830k”

ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน

กราฟวิเคราะห์เชิงเทคนิคเผยราคา Bitcoin อาจร่วงลงมาจากระดับ 8,000 ดอลลาร์

เมื่อวานนี้มีรายงานว่านักลงทุนบางรายนั้นกำลังคาดหวังให้ราคา Bitcoin นั้นพุ่งแตะ 8,000 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ซึ่งหากราคานั้นถูกดีดลงมาจากแนวต้านดังกล่าว มันอาจส่งผลทำให้มันร่วงลงมาต่ำกว่านี้ได้อีก

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสำหรับราคา Bitcoin แต่ผมคาดว่าจะซื้อเพิ่มเพื่อ long พรุ่งนี้ การร่วงลงครั้งนี้จะต้องดูดีแน่” กล่าวโดยนักเทรดรายหนึ่งที่เผยบนกราฟด้านล่างนี้ว่าราคานั้นอาจกลายเป็นขาขึ้นในระยะสั้นไปสู่ 8,000 ดอลลาร์ก่อนที่จะร่วงลงมาอย่างรุนแรง

ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าราคานั้นจะเป็นไปตามที่เขานั้นคาดการณ์จริงมากน้อยขนาดไหน…

ราคา Bitcoin ยังพุ่งแตะ 7,800 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สอง

จุดสูงสุดในรอบสัปดาห์

จากที่ราคาของ Bitcoin นั้นได้ร่วงลงไปที่ 7,490 ดอลลาร์จาก จุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ ไปแล้ว ดูเหมือนว่าราคา Bitcoin นั้นจะพุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่งก่อนที่แท่งเทียนรายวันของวันอาทิตย์จะปิดลงไปเมื่อวานนี้ โดยราคานั้นได้พุ่งขึ้นไป 7,780 ดอลลาร์ โดยคิดเป็นประมาณ 4% จากต่ำสุดในรอบวัน

จุดสูงสุดในรอบสัปดาห์

ข้อมูลบนเว็บ Skew.com นั้น ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์และนักเทรดส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์การพุ่งขึ้นของราคาดังกล่าวขึ้น จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่เปิด short position บนเว็บ BitMEX นั้นต้องถูกล้างพอร์มไปเป็นมูลค่ารวมกว่ 300 ล้านบาท

ซึ่งการขึ้นของราคาเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นได้ทำให้ผู้คนกำลังหันมาใจจดจ่อกับมันมากขึ้น เมื่อการ halving นั้นกำลังใกล้เข้ามา

ถึงเวลาที่ Bitcoin จะต้องทำลายแนวต้าน
นาย Matt D’Souza หรือ CEO ของบริษัท Blockware Solutions และผู้จัดการกองทุนได้ออกมากล่าวบน Twitter ของเขาล่าสุดว่าเขานั้นคาดว่าราคานั้นมีโอกาสที่จะกลายเป็นขาขึ้นได้ในเร็ว ๆ นี้

ยังกล่าวต่อไปอีกว่ามีกลุ่มนักเทรดสายหมีที่พยายามจะเทขายเพื่อกดให้ราคาของ Bitcoin ร่วงลงไปมากกว่านี้ที่ระดับ 7,500 ดอลลาร์ โดยเขาเปรียบเปรยว่าการกระทำดังกล่าวก็เหมือนเป็นความพยายามในการกดลูกบาสเก็ตบอลให้อยู่ใต้น้ำ “อย่าพยายามต่อสู้กับแรงฟิสิกส์เลย” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าราคาของ Bitcoin นั้นอาจมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นได้ในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ที่จะถึงนี้ด้วย

ส่วนนาย D’Souza ได้ชี้ไปที่พฤติกรรมราคาของ Bitcoin ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่าลักษณะของมันนั้นดูคล้ายกับช่วงสะสมตัวที่ช่วงเดือนเมษายนปี 2019 อย่างมาก โดยภายหลังจากนั้นราคาก็ได้พุ่งอย่างรุนแรงกว่า 200% ทำให้มันไปถึงระดับ 14,000 ดอลลาร์

จุดสูงสุดในรอบสัปดาห์

ยังกล่าวว่าการร่วงลงของราคาในช่วงเดือนที่ผ่านมาส่งผลทำให้ค่าความยากในการขุด Bitcoin นั้นลดลงไปเยอะมาก และทำให้แรงขายในตลาดนั้นหายไป

ต้องดูกันต่อไปว่าราคา Bitcoin ในช่วงเดือนหน้านี้จะเป็นอย่างไร เมื่อการ halving ของ Bitcoin กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นั้น ดูเหมือนว่าตลาดของมันอาจจะมีความผันผวนเป็นอย่างมาก ดังนั้นนักเทรดจึงควรที่จะระมัดระวัง…

รพ.ในสหรัฐฯเริ่มหันมาใช้ Blockchain ของ IBM เพื่อต่อสู้กับ COVID-19

โรงพยาบาลมาก

Northwell Health เป็นกลุ่มการดูแลสุขภาพในนิวยอร์ก โรงพยาบาลมาก มากกว่า 800 แห่ง ล่าสุดพวกเขาได้เข้าร่วมเครือข่าย Rapid Supplier Connect ของ IBM แล้ว

Rapid Supplier Connect ของ IBM นั่นเป็นแอพพลิเคชั่นบนคลาวด์ที่ใช้เทคโนโลยี distributed ledger เพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจในการจัดหาอุปกรณ์เพื่อใช้บรรเทาผลกระทบได้รับจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ระหว่างผู้ซื้อกับซับพลายเออร์

IBM จะให้บริการเชื่อมต่อให้แก่ซับพลายเออร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม

องค์กรด้านการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของ NYC ได้เข้าร่วมเครือข่าย IBM Blockchain แล้ว
กลุ่มด้านการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ก ‘Northwell Health’ ซึ่งครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 800 แห่ง เพิ่งได้เข้าร่วมเครือข่ายบล็อกเชนของ IBM เพื่อบรรเทาผลกระทบได้รับจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ระหว่างผู้ซื้อและซัพพลายเออร์

ในระหว่างการสัมภาษณ์กับ Forbes รองประธานของ Northwell Health และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อนาง Phyllis McCready ได้กล่าวถึงความท้าทายที่องค์กรสุขภาพต้องเผชิญในการจัดหาซัพพลายเออร์รายใหม่ ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร

“มันคือการสร้างองค์กรการจัดซื้อภายในกลุ่มของเราเอง (GPO) และภายในห่วงโซ่อุปทาน เรามีคลังสินค้าที่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (ชุด PPE) , อุปกรณ์ รวมถึงวัสดุอื่น ๆ ดังนั้นเรายินดีที่จะเข้าร่วมกับเครือข่าย IBM Rapid Supplier Connect”

เครือข่ายบล็อกเชน
IBM Blockchain ได้เปิดตัวเครือข่ายที่มีชื่อว่า Rapid Supplier Connect สำหรับการช่วยเหลือและตรวจสอบซัพพลายเออร์ในจัดหาสินค้าและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการบรรเทาผลกระทบที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรน่า

แพลตฟอร์มดังกล่าวจะทำหน้าที่ระบุตัวตนแบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการตรวจสอบซัพพลายเออร์และในส่วนของผู้ซื้อ แพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์อย่างครอบคลุม อาทิเช่น รายชื่อของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

“องค์กรผู้ให้บริการและหน่วยงานรัฐบาลกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนั่นส่งผลทำให้พวกเขามักจะเปลี่ยนไปใช้ซัพพลายเออร์รายใหม่ที่ไม่ผ่านรับรอง” IBM กล่าว “การระบุตัวตนและตรวจสอบซัพพลายเออร์แบบดั้งเดิมนั้นอาจใช้เวลานานและสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น”

จากกลุ่มผู้ให้บริการการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กแล้ว เครือข่ายของ IBM ยังยินดีต้อนรับสหพันธ์ซัพพลายเชน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกกว่า 200 คนในสหรัฐอเมริกา

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา IBM ได้มอบเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์หรือ ‘สมองของ AI’ ที่ทรงพลังที่สุดในโลกให้แก่ นักวิจัยที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Oak Ridge ที่นั่นมันจะประมวลผลการจำลองได้เป็นหลายพันครั้ง เพื่อทำนายว่าสารประกอบยาชนิดใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีประโยชน์ในการพัฒนายารักษาโรคที่ใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรน่า…

สั่งปิดเว็บไซต์ ด้าน COVID-19 ข้อกล่าวหาว่าพยายามขายที่ตรวจไวรัสปลอม

เว็บพยายามขายโดเมน

DOJ และ DHS ได้ทำการสั่งปิดและเข้ายึดโดเมนเว็บ coronaprevention.org โดยมีการอ้างว่าเจ้าของ เว็บพยายามขายโดเมน เพื่อแลกเป็น bitcoin หลังจากมีการไปโพสต์ลงในกระดานสนทนาของแฮกเกอร์ต่างๆ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเจ้าของโดนเมนที่ไม่ปรากฏชื่อได้พยายามขายโดเมนให้กับตัวแทนซึ่งเป็นสายลับของหน่วยสืบสวนคดีอาญาของกระทรวงความมั่นคง กล่าวว่าพวกเขามีแผนการที่จะต้องการขายที่ตรวจ Coivd19 ปลอมให้กับผู้คนซึ่งเจ้าของเว็บยังได้เรียกแผนการนี้ว่า Genius

แล้วตามหมายยึดที่แนบมากับการประกาศเผยว่าเจ้าของเว็บ coronaprevention.org โดยถูกแทนที่ด้วยคำว่า “Subject A” ระบุว่าโดเมนนี้เป็นที่สนใจของผู้คน รวมถึงใช้ในการแฮ็ก และการขโมยบัญชีออนไลน์ ซึ่งเว็บดังกล่าวถูกสร้างขึ้นให้หลังหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเนื่องจากไวรัส

ซึ่งผู้ถูกกล่าวหากล่าวว่าพวกเขากำลังเรียกเก็บเงินจำนวน 500 ดอลลาร์ซึ่งอันที่จริงโดเมนดังกล่าวคาดว่าน่าจะมีมูลค่าจริงประมาณ 20 ดอลลาร์ โดยให้ชำระเป็น bitcoin สำหรับโดเมน ก่อนที่ตัวแทนจะมีการส่งเงินบางส่วนไปยังที่อยู่บิตคอยน์ที่ไม่เปิดเผย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการประกาศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ว่ามีการค้นพบโดเมนหลายร้อยโดเมนที่ใช้ในการหลอกลวงหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19

โดเมนที่ถูกยึดยังไม่มีการเปิดเผยว่าการยึดเมื่อวันศุกร์มีเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาโฆษกของ DOJ บอกกับทาง CoinDesk ว่า “แผนกของเราตระหนักถึงการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์การทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มการชำระเงินเสมือนหรือคริปโตเคอเรนซี่ที่หลากหลายและชื่นชมการช่วยเหลือเชิงรุกของชุมชนหลาย ๆ แห่งเป็นอย่างมาก…

หันมาถือ Bitcoin มากขึ้น เมื่อการ Halving ใกล้เข้ามา

ระยะยาวโดยที่ไม่ขายแล้ว

เริ่มที่จะหันมา HODL หรือถือเหรียญของพวกเขาใน ระยะยาวโดยที่ไม่ขายแล้ว เมื่อการ halving ในเดือนหน้ากำลังเริ่มที่จะเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยกำลังส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อนักลงทุนในตลาดเป็นวงกว้าง เเพราะมันจะเป็นการลดจำนวน supply ของ Bitcoin ลงไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งความหายากของมันที่เพิ่มมากขึ้นอาจทำให้ราคาของมันนั้นพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนกับครั้งที่แล้ว

ระยะยาวโดยที่ไม่ขายแล้ว

จำนวนการซื้อ Bitcoin เพื่อถือค้างไว้เฉย ๆ นั้นกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะนี้ โดยปัจจุบันมี Bitcoin จำนวน 75,000 BTC ที่ถูกซื้อไปถือ long เพิ่ม โดยหากอ้างอิงจาก Glassnode นั้น จำนวนเหรียญดังกล่าวจะมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 16,192,250,000 บาท

เผยให้เห็นถึงจุดยืนของนักลงทุนบิทคอยน์ในระยะยาวหรือ HODLer ที่มีการเพิ่มจำนวนหน้าตักเพื่อการลงทุนของพวกเขาเรื่อย ๆ ในขณะนี้ โดยจุดที่น่าสนใจก็คือแม้ว่าตลาดในขณะนี้จะดูเป็นขาลงมากกว่า เมื่อก่อนหน้านี้ราคาในเดือนมีนาคมนั้นได้ร่วงลงมาอย่างรุนแรง แต่พวกเขานั้นก็แห่กันไปซื้อมาเก็บไว้ และเชื่อมั่นว่าการ halving ที่จะมีถึงในเดือนหน้านี้จะมาช่วยกู้ตลาดได้

และอีกแค่ไม่ถึง 3 สัปดาห์เราก็จะได้เห็นการ halving แล้ว โดยความสนใจของผู้คนนั้นก็เพิ่มขึ้นตาม และเป็นที่คาดการณ์ว่าการ HODL ของนักลงทุนในตลาดก็จะมีสูงขึ้นยิ่งกว่านี้อีก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของการ halving ในครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2016 เผยว่าราคานั้นได้มีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงหลายเดือนหลังจากที่เกิดการ halving ไปแล้ว ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะซ้ำรอยหรือเปล่า…

Everledger นำเอาเทคโนโลยี Blockchain ใช้ในการติดตามการผลิตเพชร

ชดเชยการปล่อยไอเสียคาร์บอน

โดยบริษัทผู้ให้บริการด้านระบบ Blockchain เพื่อการติดตามเก็บข้อมูล Everledger กำลังนำเอาเทคโนโลยีของพวกเขาเพื่อช่วยทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเพชรสำหรับในการช่วยติดตามการ ชดเชยการปล่อยไอเสียคาร์บอน

ซึ่งแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดของพวกเขานี้กำลังถูกเปิดตัวในประเทศอินเดีย โดยเริ่มใช้กับบริษัทสัญชาติอเมริกันนามว่า Shairu & Atit Diamonds โดยเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนี้จะทำให้วงการการผลิตเพชรนั้นมีตัวเลือกในการซื้อเครดิตสำหรับการปล่อยก๊าซคาร์บอนในโครงการของพวกเขามากขึ้น โดยการซืัอคาร์บอนเครดิตนั้นเปรียบเสมือนการจ่ายเงินเพื่อขออนุญาตปล่อยสารคาร์บอนในการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น และผู้ที่ขายคาร์บอนเครดิตนั้นก็จะนำเงินตรงส่วนนั้นไปใช้เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเช่นการปลูกต้นไม้ใหม่ และลดการถางป่าไม้ลง เพื่อชดเชยการทำลายชั้นโอโซนที่เสียไปจากการปล่อยคาร์บอนนั่นเอง

Fred Meyer และ Littman Jewelers จะเป็นสองบริษัทแรกในสหรัฐฯที่จะนำเอาเทคโนโลยี Blockchain ของ Everledger ไปใช้

Everledger นั้นเปิดตัวเมื่อปี 2015 โดยเป็นผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบความถูกต้องของเพชรโดยใช้ระบบ Blockchain โดยCEO ของบริษัทได้กล่าวว่าระบบของพวกเขานั้นสามารถที่จะใช้ติดตามขั้นตอนในการผลิตสินค้าได้หลายรูปแบบ

ล่าสุดที่จะใช้กับบริษัท Shairu & Atit Diamonds นั้นจะสามารถช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนของบริษัทได้ในทุกขั้นตอนแบบ real-time ผ่านระบบของ Evenledger

“วันคุ้มครองโลกนี้ถือเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวระบบโซลูชันนี้มาก โดยมันมีจุดประสงค์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสนธิสัญญาปารีสและ Sustainable Development Goals ของ UN ตั้งแต่ต้น” กล่าวโดยนาย Kemp “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนบน Blockchain ได้ผ่านแพลทฟอร์มของ Everledger นอกจากนี้มันยังเป็นครั้งแรกของโลกที่การซื้อเครดิตคาร์บอนนั้นสามารถทำได้ผ่าน blockchain สำหรับวงการเพชรพลอย”

และนอกจากอัญมนีแล้ว ทาง Everledger ยังมีระบบเพื่อติดตามแร่ดิบใต้พื้นพิภพอย่างเช่นโคบอลต์และลิเทียมที่ถูกใช้ในแบตเตอรี่อีกด้วย นอกจากนี้พวกเขายังวาวแผนที่จะใช้ระบบ Blockchain ของ Circulor ที่เป็นคู่แข่งกับ Hyperledger อีกด้วย

รองประธานของ Everledger กล่าวว่าแพลทฟอร์มตัวใหม่ดังกล่าวจะมีระบบ certificate บน blockchain ที่จะสามารถตรวจสอบแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “พวกเราสามารถที่จะเชื่อมต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างรวดเร็ว และโดยตรงในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้พวกเขานั้นสามารถนำเอาต้นทุนด้านเวลาและเงินไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้โดยตรง” เธอกล่าว…

เหตุผลของการฟื้นตัวของราคา Bitcoin จาก $3,800 ทำให้มันเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

ตลาดคริปโต

ตลาดคริปโต

เมื่อมีนาคม 2020 ที่ผ่านมาราคา Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงโดยมันร่วงจาก $8,000 มาสู่ $3,800 เลยทีเดียว พอราคามันร่วงลงเช่นนี้ก็ทำให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่เพียงแต่ ตลาดคริปโต เท่านั้นที่ล่ม ตลาดหุ้นก็ไม่วายราคาร่วงไปตามๆ กัน ทั้งหมดนี้ได้รับผลกระทบมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ซึ่งอย่างไรก็ตามในตอนนี้ก็ได้มีนักวิเคราะห์ออกมาชี้ว่าการที่ราคา Bitcoin มันฟื้นตัวมาจากระดับต่ำเช่นนั้นก็เป็นตัวพิสูจน์แล้วว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและทนทานมาก

Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ทนทานมากที่สุดในโลก
สถานการณ์โลกล่าสุดตลาดน้ำมันฟิวเจอร์ได้ร่วงลงมหาศาลจนติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีทำให้ราคาน้ำมันสปอตลดลงในทำนองเดียวกันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัทและประเทศที่เป็นกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนน้ำมันสปอตบางแห่งถึงกับหยุดการซื้อขายเพื่อไม่ให้นักลงทุนแห่เทขาย

แม้ว่าราคา Bitcoin จะไม่เคยร่วงจนติดลบแต่ราคามันก็ได้ร่วงอย่างรุนแรงเช่นกัน แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตามมันก็ไม่ใช่ตลาดที่มีการควบคุมหรือกำกับดูแลสูงอย่างสินค้าโภคภัณฑ์ หน้าที่ตลาด Bitcoin จึงทำงานด้วยตัวมันเอง

ด้านนักเทรด Luke Martin ก็ได้ออกมาอธิบายว่าการที่ Bitcoin ฟื้นตัวกลับมาจุดต่ำสุดได้ทำให้มันกลายเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก

“Bitcoin เกือบจะฟื้นกลับมาจากจุดต่ำสุดได้ 50 เปอร์เซ็นต์แล้วจากที่มันร่วงในเดือนมี.ค. ไม่มีการลิมิตหรือสั่งหยุดการเทรด, ไม่มีการประชุมด่วนของบรรดาผู้ผลิต, ไม่มีรัฐบาลที่เข้ามาช่วยซื้อ มันเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในโลก” เขากล่าว

ตลาดคริปโต

อนาคตของ Bitcoin สดใส
ด้านนักวิเคราะห์อีกรายหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อก็ได้ออกมาชี้ด้วยว่าเขานั้นไม่คิดว่าราคา Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ ก่อนที่มันจะสร้างจุด all-time high อีกครั้ง

ตลาดคริปโต

โครงสร้างที่แข็งแกร่งของ Bitcoin ชี้ให้เห็นว่ามันกำลังอยู่ในช่วง Bullish แล้ว บวกกับสัญญาณทางเทคนิคต่างๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเราอาจเห็นราคา Bitcoin พุ่งอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า…

ตู้ ATM Bitcoin ทั่วโลกสูงกว่า 7,500 ตู้ไปแล้ว บอกถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้น

cryptocurrency

การเติบโตของอุตสาหกรรม cryptocurrency แล้วนั้น หนึ่งในตัวแปรที่ผู้คนนิยมใช้วัดการเติบโตนั้นก็คือจำนวนตู้ ATM Bitcoin (หรือ BTM) ที่มีอยู่ทั่วโลกนั่นเอง โดยรายงานล่าสุดเผยว่ามันมีจำนวนที่มากกว่า 7,500 ตู้ทั่วโลกแล้วในขณะนี้

ซึ่งตัวเลขจาก Coin ATM Radar หรือเว็บไซต์ที่คอยติดตามการติดตั้งตู้ Bitcoin ATM ทั่วโลกนั้นเผยว่าในเดือนเมษายนนี้ได้มีการติดตั้งตู้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 70% โดยในปี 2020 นี้มีตู้ ATM Bitcoin ที่ถูกติดตั้งใหม่เป็นจำนวน 1,200 ตู้ ทั่วโลก ซึ่งหากเทียบกับในอดีตที่ผ่านมานั้น ตั้งแต่ปี 2014-2018 มีการติดตั้งตู้ใหม่ 2,000 ตู้ ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ปีละ 500 ตู้เท่านั้น

ประเทศสหรัฐฯนั้นเป็นประเทศที่มีการติดตั้งตู้ ATM Bitcoin สูงถึง 5,422 ตู้ โดยคิดเป็น 70% ของทั้งโลก รองลงมาก็คือแคนาดาที่มีอยู่ 721 ตู้ (9.5%), อังกฤษนั้นอยู่ที่ 279 ตู้ (3.7%) และออสเตรเลียที่ 137 ตู้ (1.8%)

สังเกตได้ว่าทวีปอเมริกาเหนือนั้นมีอัตราความนิยมในการใช้ตู้ดังกล่าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งบ่งบอกว่าผู้คนนั้นให้ความสนใจในด้านการจับจ่ายใช้สอย Bitcoin และคริปโตมากกว่าประเทศอื่น ๆ ซึ่งหากเทียบกับในแถบเอเชียนั้น ตัวเลขมีน้อยมาก ๆ จนแทบจะไม่สามารถเห็นได้บนกราฟเลย สาเหตุหลัก ๆ นั้นอาจเป็นเพราะว่าผู้คนในประเทศในแถบเอเชียมอง cryptocurrency ว่าเป็นเครื่องมือในการลงทุนมากกว่าสกุลเงินในการนำไปซื้อขายสินค้านั่นเอง

และปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านตู้ ATM Bitcoin ชั้นนำถึง 554 แบรนด์ด้วยกัน และพวกเขาก็ยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการนำตู้ของพวกเขาไปติดตั้งและสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนละแวกนั้นได้รู้จัก ซึ่งการแข่งขันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะยิ่งตัวเลขการติดตั้งตู้ใหม่มีมากเท่าไร โอกาสที่มันจะดึงผู้คนให้เข้ามาในวงการคริปโตก็มีเยอะขึ้นเท่านั้น

โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท Bitcoin Depot ได้ออกมาเผยว่าพวกเขาได้ทำการติดตั้ง ATM เพิ่มเป็นจำนวน 500 เครื่อง ภายหลังจากนั้นในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทคู่แข่ง Coinsource ก็ได้ออกมาเกทับว่าพวกเขาได้ทำการติดตั้งตู้ใหม่แล้วอยู่ที่ 600 เครื่อง แต่ในวันนี้บริษัท CoinCloud นั้นกำลังนำหน้าสองบริษัทนั้นไปโดยพวกเขากล่าวว่ามีการติดตั้งไปแล้ว 653 เครื่อง

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ผลิตตู้ ATM Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะน้อยกว่าจำนวนผู้ให้บริการเสียอีก โดยมีเพียงแค่ 42 เจ้าในตลาดปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งผู้ที่นำตลาดอยู่ตอนนี้ก็คือ Genesis Coin (33.8%) และ Genesis Bytes (30.7%)

และท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดในตอนนี้เป็นสาเหตุทำให้ผู้คนนั้นไม่กล้าที่จะจับเงินสดที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และหันไปใช้ตัวเลือกการจ่ายเงินที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลกันมากขึ้น ซึ่งการมาของ Bitcoin ATM ที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงตัวเลือกดังกล่าวได้ง่ายขึ้นนั้นดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ในวิกฤตนี้ได้เป็นอย่างดี…