Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Author Archives

Archive of the posts written by author: espacio.

Bitcoin ราคาพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบเดือน ก.ค. อย่างต่อเนื่องหลังซบเซามาหลายเดือน

เหรียญคริปโต

ราคาของ เหรียญคริปโต ลำดับต้นๆของโลกที่ซบเซามาเป็นเวลายาวนานหลายเดือนอย่าง Bitcoin นั้นดูราวกับว่าจะมากขึ้นอย่างรุนแรงในตอนวันสองวันที่ผ่านมา โดยล่าสุดนั้นดูราวกับว่ามันได้ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเดือน ก.ค.2020 นี้ ไปแล้ว

กราฟจาก TradingView บน Bitstamp เปิดเผยให้มองเห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ในตอนเที่ยงคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยมันได้พุ่งไปแตะ 9,690 ดอลลาร์ ก่อนจะมีการปรับฐานลงมานิดหน่อย

การเพิ่มขึ้นของราคานั้นดูท่าจะเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 21 ก.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลานั้นราคาได้พุ่งจากระดับ 9,200 ดอลลาร์ไปแตะ 9,440 ดอลลาร์ ก่อนจะมีการหยุดพักตัวลง แล้วก็ค่อยๆไต่ระดับเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาราคาของ Bitcoin นั้นได้ไซด์เวย์อยู่ในระดับ 9,300-9,000 ดอลลาร์มาตรงเวลานับเป็นเวลาหลายวัน จนถึงมีผลทำให้เม็ดเงินนั้นหลั่งไหลออกมาจากตลาด Bitcoin ไปตลาดอื่นๆมากมาย ท่ามกลางความแหนงหน่ายของนักลงทุน

ล่าสุดนั้นราคาได้กำลังเริ่มจะมีการทะยานขึ้นมาแล้ว แต่ว่าถึงแม้ว่ามันยังน้อยอยู่ แม้กระนั้นก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

เมื่อวานนี้ นักสร้างโมเดลวิธีการทำนายราคา Bitcoin ชื่อดังอย่าง PlanB ได้ออกมาฟันธงว่าราคาของ BTC นั้นมีโอกาสที่จะพุ่งแตะ 25,000 ดอลลาร์อย่างไม่ต้องสงสัย โดยเขานั้นได้ทำการวิเคราะห์ด้วยโมเดล stock-to-flow ของเขา พร้อมกล่าวว่า

“S&P 500 และ Bitcoin มีความสัมพันธ์ที่ถูกร่วมเข้าด้วยกัน ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา S&P กำลังแสดงให้เห็นถึงราคา BTC ที่ระดับ $ 25,000 ในอนาคตข้างหน้า”

และหลักๆนั้นนักวิเคราะห์ Plan B ได้ทำให้เห็นว่า Bitcoin ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการจัดการในหลายๆอย่างของธนาคารกลางสหรัฐ แล้วก็สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ‘มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE ; Quantitative Easing)’ เขากล่าวต่อไปว่า การกระทำของ Fed กำลังให้การส่งเสริมสกุลเงินคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกด้วย

ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจากระดับราคาดังกล่าวนั้นจะมีผลให้มันสามารถพุ่งไปแตะ 25,000 ดอลลาร์จากที่เขาคาดการณ์ไว้ได้หรือเปล่า แต่ว่าที่แน่ๆในตอนนี้ตลาดนั้นอาจส่งผลให้นักลงทุนที่เบื่อหลายคนต้องรู้สึกดีขึ้นไม่มากก็น้อย…

สหรัฐ อนุญาตให้ธนาคารรับฝาก Bitcoin ได้

คริปโตเคอร์เรนซี

หน่วยงานราชการ The Office of the Comptroller of the Currency (OCC) ของสหรัฐได้อนุญาตให้ธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถให้บริการรับฝาก คริปโตเคอร์เรนซี ได้

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2020 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาหน่วยงาน OCC กล่าวว่าธนาคารในประเทศสามารถที่จะถือ Private Key สำหรับวอลเล็ทคริปโตเคอร์เรนซี เป็นการปูทางให้ธนาคารสามารถรับฝากทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้าได้

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาการรับฝากสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีจะทำเป็นเฉพาะบริษัทตัวอย่างเช่น Coinbase ที่โดยทั่วไปแล้วจำเป็นต้องขอใบอนุญาตจากรัฐ อาทิเช่น การขอใบอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในวงกว้าง

ธนาคารอาจสามารถให้บริการรับฝากสินทรัพย์ซึ่งมีความปลอดภัยมากยิ่งกว่าบริษัทเอกชน อีกทั้งผู้บริโภคบางทีอาจจะอยากได้รับบริการที่มีการควบคุมดูแลดูแลมากยิ่งกว่าเพื่อพวกเขาแน่ใจว่า Private Key ของพวกเขาจะไม่หาย

“หน่วยงาน OCC เข้าใจว่าตลาดการเงินในปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น และลูกค้าก็ต้องการบริการที่ตอบโจทย์ในบริบทที่เปลี่ยนไป”

ในขณะนี้ OCC กำลังหารือกับนาย Brian Brooks อดีตผู้บริหารของ Coinbase ผู้เข้าร่วมมือกับรัฐเมื่อต้นปีนี้ เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับบัญชีตั้งแต่ต้นฤดูร้อนและได้เสนอการปฏิรูปหลายคราวซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทคริปโตรวมถึงกฎบัตรการชำระเงินระดับประเทศซึ่งจะทำให้บริษัทคริปโตรับรู้แนวทางต่อไป

สรุปได้ว่าธนาคารในประเทศสามารถให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจใดๆก็ตามที่ไม่ผิดกฎหมายซึ่งรวมทั้งธุรกิจด้านคริปโตตราบใดที่ธนาคารสามารถจัดแจงความเสี่ยงและก็มีการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายธนาคาร JPMorgan Chase ก็เป็นธนาคารที่ให้บริการธุรกิจคริปโต…

รัฐบาลคาซัคสถาน ใช้เหรียญ Cryptocurrency ช่วยป้องกันการคอรัปชั่น

ประเทศคาซัคสถาน

ประธานของหน่วยงานต้านการคอรัปชันใน ประเทศคาซัคสถาน ได้มีการเรียกร้องให้ทางรัฐบาลสร้างเหรียญคริปโตแห่งชาติขึ้นมาเพื่อต่อต้านการคอรัปชั่นภายในประเทศ

นาย Alik Shpekbayev ประธานของหน่วยงานการต่อต้านการคอรัปชันในสาธารณรัฐคาซัคสถานได้เปิดเผยว่าสกุเงินดิจิทัลแห่งชาติอาทิเช่นเงินหยวนของประเทศจีนควรที่จะมีความโปร่งใสต่อระบบของการเงินที่มากกว่านี้ อ้างอิงจากสื่อท้องถิ่น Kazinform เมื่อวานนี้

โดยอ้างอิงจากทางหน่วยงานดังกล่าวนั้น การสร้างเหรียญคริปโตของประเทศเองจะซึ่งก็คือการลดการใช้เงินสดลง ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกเอามาทำกิจกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายตัวอย่างเช่นการติดสินบนเจ้าหน้าที่ โดยเขามั่นใจว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นจะสามารถช่วยลดการคอรัปชันในกลุ่มบุคลากรของรัฐบาลได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมสร้าง “ความโปร่งใสแบบเต็มกำลังสำหรับในการย้ายที่งบประมาณ” กล่าวโดยนาย Shpekbayev

นอกจากนั้นนาย Shpekbayev ยังได้อ้างอิงถึงสกุลเหรียญหยวนดิจิทัลของจีน พร้อมชี้ว่าประเทศคาซัคสถานนั้นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะล้าหลังในด้านดังกล่าวอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีกล่าวว่ารัฐบาลของคาซัคสถานได้ออกมาเปิดเผยแผนการสำหรับในการสร้างสกุลเงินดิจิทัลของประเทศเมื่อตอนต้นก.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยพวกเขาได้วางแผนเพื่อเพิ่มการลงทุนขุดเหรียญดิจิทัลภายในช่วงสิ้นปี 2020 นี้ และก็รวมทั้งการผลักดันการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางอีกด้วย

ประเทศคาซัคสถานนั้นแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตนานแล้ว แล้วก็ยังได้มีความสนใจในด้านสกุลเงินคริปโตมานับเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยพวกเขาได้ทำการจัดตั้งศูนย์การขุดเหรียญคริปโตของประเทศ เพราะเหตุว่ามีค่าไฟที่ค่อนข้างจะถูกมาก โดยรายงานจากสื่อท้องถิ่นเปิดเผยว่าทางรัฐบาลต้องการดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในตลาดการขุดเหรียญคริปโต และก็คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามามากถึง 740 ล้านดอลลาร์ในตอนอีกสามปี

ยิ่งไปกว่านี้แล้วพวกเขายังได้มีการผลักดันให้มีการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับเหรียญคริปโตอีกด้วย โดยก่อนหน้าที่ผ่านมาประธานาธิบดี Kassym-Jomart Tokayev ได้ออกมาเซ็นอนุมัติร่างการออกกฎหมายมากำกับเหรียญ cryptocurrency อีกด้วย…

Satoshi แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีมูลค่ากว่า 10.9 พันล้านดอลลาร์

สังคม

จากรายงานเปิดเผยว่า Satoshi บางทีอาจขุด Bitcoin ไปมูลค่ากว่า 10.9 พันล้านดอลลาร์แต่ว่า สังคม ก็ยังคงสงสัยว่า Bitcoin เหล่านี้เคยถูกใช้ไปบ้างหรือเปล่า

ทวิตเตอร์ Whale Alert เปิดเผยว่านักขุดในนาม Patoshi ขุดเหรียญ BTC ไปกว่า 1,125,150 BTC ในตอนที่ Bitcoin เริ่มเกิดมาแรกๆ

ในอุตสาหกรรมคริปโตคาดว่า Patoshi นั้นเป็นผู้สร้าง Bitcoin ที่รู้จักกันในนามว่า Satoshi ซึ่งในช่วงแรกๆบล็อก Bitcoin นั้นถูกขุดโดย Patoshi รวมถึงวิธีการทำธุรกรรม BTC แรกๆภายใต้ชื่อ Hall Finney ที่คาดว่าเป็นอีกทั้งนักพัฒนารวมทั้งผู้ที่ผลักดัน Bitcoin ตั้งแต่ทีแรก

Whale Alert ได้เผยแพร่แพทเทิร์นการเข้ารหัสคริปโตด้วย แพทเทิร์น Patoshi ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าซอฟต์แวร์ การขุด Bitcoin ที่ใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานเป็นไลน์ที่ราวกับ Patoshi

Whale Alert พบว่านักขุด Patoshi ปรับความเร็วสำหรับในการขุดระหว่างบล็อกให้ความเร็วการขุดอยู่ที่ราวๆ 0.6 บล็อกต่อเวลาการขุด 10 นาที

โค้ดบางอย่างเก็บเอาไว้ภายในบล็อกขุดแต่ละบล็อกของ Bitcoin ซึ่ง Whale Alert สรุปว่าการขุดนี้คงจะใช้เครื่องขุด Bitcoin ราวๆ 48 เครื่อง

อ้างอิงจากข้อมูล Whale Alert เปิดเผยว่าการปรับลดความเร็วสำหรับในการขุดต่อบล็อกมาใกล้ๆที่ 10 นาทีบางทีอาจเป็นไปเพื่อป้องกันการถูกโจมตี 51 เปอร์เซ็นต์

Satoshi คงจะอัตราค่าขุดไว้ที่ราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดูราวกับว่าเขากำลังปกป้องเครือข่าย Bitcoin จากการถูกโจมตี

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า Satoshi หยุดขุดบล็อกที่ 54,316 เมื่อเขามั่นอกมั่นใจแล้วว่าเครือข่ายมีความ Decentralized เพียงพอ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็ยังมีรายงายเปิดเผยว่ามีการขุดบล็อกต่อมาถึงเดือน พ.ค. 2010 หรือบล็อกที่ 112,500 แต่ว่าไม่แน่ใจว่าผู้ขุดใช่ Patoshi หรือเปล่า

ดูอย่างกับว่าจนกระทั่งขณะนี้ Satoshi ก็ยังไม่เคยทำธุรกรรมอะไรก็ตามเกี่ยวกับเหรียญของตนเองคาดว่าบางครั้งอาจจะกังวลว่าการทำธุรกรรมของเขาบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเครือข่าย Bitcoin รายงาน Whale Alert เปิดเผยว่าเขาสนใจแค่การปกป้องเครือข่ายจากการโจมตีรวมทั้งผลักดันให้มันเติบโตเท่านั้น…

ส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin มาถึงจุดแตกหัก คาดฤดู Altcoin จะไม่มา

Chainlink

ราคา Bitcoin ในนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลงได้ไม่เท่าเหรียญ Altcoin หนึ่งในเหรียญ Altcoin ที่มีราคาพุ่งขึ้นสูงก็คือ Chainlink (LINK) ที่มีราคาเพิ่มสูงถึง 400 ถึง 500 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่มันหล่นแตะจุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2020ยิ่งไปกว่านี้หาคิดเปรียบเทียบจากเดือน ธ.ค. 2018 ราคาเหรียญ LINK ก็มากขึ้นถึง 1,000 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

การเคลื่อนไหวของราคาเหรียญ Altcoin ล่าสุดทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ Bitcoin มาถึงจุดแตกหัก แต่ว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่หลายท่านก็เชื่อว่าฤดูกาลของ Altcoin มิได้มาถึงกันง่ายๆ

วิธีการที่จะดูผลการดำเนินงานด้านราคาของ Altcoin อย่างง่ายที่สุดก็คือมองส่วนแบ่งการตลาด Bitcoin (Bitcoin Dominance) ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดของ BTC ก็คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ของ BTC คิดเทียบกับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมด ยิ่งส่วนแบ่งการตลาด BTC มีมากก็หมายถึงว่ามูลค่าตลาด Altcoin ยิ่งน้อย

ในตอนที่ตลาด Altcoin พุ่ง นักเทรดชื่อดังบนทวิตเตอร์ HornHairs ได้โพสต์ออกมาว่า:

“ราคาเคลื่อนไหวถึงระดับสำคัญ จุดสูงจากช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 ตอนนี้กำลังกลายเป็นจุดต่ำของปี 2020 ถ้าหากเบรคทะลุ 62 เมื่อไร มันมีสิทธิที่จะร่วงไปต่อ รอลุ้นราคา Altcoin”

นักเทรดอีกรายคนที่เคยทำนายจุดต่ำสุดของราคา BTC ในช่วงปี 2018 ว่าจะมาแตะที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์ก็มีความคิดเห็นเหมือนกันกับนักเทรด HornHairs

เขากล่าวว่าในตอนนี้ราคา Bitcoin อยู่ในจุดที่อาจจะมีการเกิดการ breakdown ครั้งใหญ่อีกรอบ ซึ่งก็คือว่าราคาตามท้องตลาดเหรียญ Altcoin กำลังจะพุ่ง

ถึงแม้ว่าราคา Altcoin บางตัวจะพุ่งแซงนำ BTC แต่ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนก็ยังมิได้มีความเชื่อมั่นในตัวเหรียญ Altcoin มากขนาดนั้นโดยบางคนถึงการคาดหมายว่าราคาเหรียญบางตัวจะร่วงลงไปที่ 0 ดอลลาร์ ไม่มีมูลค่าเลยทีเดียว

นาย Jason Calacanis ซึ่งเป็นนักลงทุนให้กับแพลตฟอร์ม Uber และก็ Robinhood กล่าวว่า:

“จากประวัติที่ผ่านมา โปรเจคคริปโตกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ นั้นไร้มูลค่า มีแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่มีศักยภาพและผมรอโปรเจคที่มีอยู่ 1 เปอร์เซ็นต์ นั้น”

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีนักเทรดคนอื่นมั่นใจว่าส่วนแบ่งการตลาด Bitcoin จะไปแตะที่ 76 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2020

ถึงแม้เหรียญ Altcoin จะพุ่ง แต่ว่านาย Jason Williams ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของ Morgan Creek Digital ก็เห็นว่าการลงทุนใน Altcoin มีความเสี่ยงสูง

“หลายๆคนขาย BTC เพื่อไปซื้อ Altcoin ซึ่งผมมองว่ามันเสี่ยงมากๆผมมองว่ากลยุทธ์ในตอนนี้คือถือ BTC เอาไว้ดีที่สุดแล้ว”

ดูราวกับว่านักเทรดแล้วก็ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนจะไม่ค่อยเชื่อมากแค่ไหนว่าตลาด Altcoin จะมีส่วนแบ่งแซงนำ BTC ในเร็วๆนี้…

การเพิ่มลิมิต Gas ของ Ethereum ส่งผลทำให้ธุรกรรมบนเครือข่ายได้มากขึ้น

Etherum

ดูเหมือนกับว่าโครงการเหรียญ Etherum จะเป็นเพลงหนึ่งในไม่กี่เหรียญที่มีการพัฒนาโครงการของพวกเขาอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าตลาดนั้นจะมีการซบเซาเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดก่อนหน้าที่ผ่านมาเราได้มองเห็นกระบวนการทำธุรกรรมบนเครือข่ายที่มีความรวด
เร็วมากขึ้นเรื่อยๆเพราะว่าการเพิ่มจำนวน gas limit โดยข้อมูลเปิดเผยว่าอัตรา gas limit ของ Ethereum นั้นได้พุ่งทำจุดสุดยอดในประวัติศาสตร์ที่ 12,500,000 จากจุดเดิมที่ 10,000,000 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากมีการโหวตในกลุ่มนักขุดเหรียญ ETH เพื่อให้มีการเพิ่มจำนวน block gas limit ถึง 25%

ข้อมูลล่าสุดที่ถูกแชร์โดยผู้จัดตั้งบริษัท bloXroute Labs นาย Aleksandar Kuzmanovic เปิดเผยว่าการเพิ่ม gas limit ปัจจุบันนั้นยังนับว่าเป็นเพียงแค่เล็กๆน้อยๆเพียงแค่นั้น ซึ่งมีการคาดคะเนว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการเพิ่มมันขึ้นมาอีกในอนาคต

นอกเหนือจากนั้นการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียม gas ในเครือข่ายดูราวกับว่าจะมิได้ทำให้อัตรากระบวนการทำธุรกรรมของผู้ใช้งานเหรียญ ETH ลดน้อยลงแต่อย่างใด แม้กระนั้นมันได้มากขึ้นไปถึง 44 ธุรกรรมต่อวินาที เปรียบเทียบกับของตัวเก่าที่อยู่ที่ราวๆ 35 ธุรกรรมต่อวินาที โดยเมื่อ Volume วิธีการทำธุรกรรมแบบ on-chain มีความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการคาดคะเนว่าปริมาณการใช้ gas ทั้งสิ้นที่สูงขึ้นนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของ smart contract ที่มีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ต้องการ gas เยอะขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคืนนี้ข่ายนั้นเต็มไปด้วยธุรกรรมเยอะมากๆแล้วก็บล็อกเก็บข้อมูลธุรกรรมส่วนมากชอบเต็มจนกระทั่งเป็นเรื่องปกติ มีผลทำให้ความจำเป็นสำหรับในการเพิ่ม limit gas ก็เลยมีตามมาด้วย รวมทั้งจำนวนธุรกรรมที่ถูกประเมินผลที่มากขึ้น และก็ปริมาณ address พี่มีเหรียญ ETH ถูกเก็บไว้อยู่ 1 เหรียญขึ้นไปก็ยังมากขึ้นสัมผัสจุดสุดยอดอีกด้วยอ้างอิงจากข้อมูลของ Glassnode โดยมากขึ้นเป็น 1.083 ล้าน address แล้ว

นอกจากนั้นตัวชี้วัดที่สำคัญอีกหนึ่งตัวที่ถูกใช้เพื่อวัดสุขภาพของเครือข่าย Ethereum ก็คือ Uncle rate หมายคือตัวชี้วัดที่ถูกเอาไปใช้เพื่อวัด orphan block ของ ETH โดยรับด้านล่างแสดงให้เห็นว่าสุขภาพโดยรวมของโครงข่าย ETH นั้นค่อนข้างจะดีรวมทั้งสามารถรองรับวิธีการทำธุรกรรมต่อวินาทีที่สูงมากอีกด้วย…

Grayscale เผยการลงทุนมูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ไหลเข้าสู่ Bitcoin

กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้จัดการ กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล Grayscale กล่าวมาว่า เงินทุนของพวกเขาได้หลั่งไหลไปสู่ Bitcoin (BTC) และก็ทรัพย์สินคริปโตตัวอื่นๆโดยมีมูลค่ามากถึง 905.8 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ซึ่งนั่นทำให้เงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้นไปเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ในตอนครึ่งแรกของปี

สำหรับรายงานด้านการลงทุนทรัพย์สินดิจิทัลล่าสุด บริษัทกล่าวว่า 84% ของการลงทุนมาจากนักลงทุนระดับสถาบัน ซึ่งโดยมากนั่นเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยง

“นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กระแสเงินหลั่งไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ของ Grayscale ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาที่พุ่งแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยั่งยืนสำหรับการเปิดรับสินทรัพย์ดิจิตอล แม้จะมีเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเข้ามาก็ตาม”

บริษัทกล่าวว่า Grayscale Bitcoin Trust ยังคงเป็นผู้นำในด้านสิ่งที่จำเป็นสำหรับในการลงทุน โดยมีกระแสการเงินทุนหลั่งไหลเข้ามากว่า 751.1 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาสที่แล้ว ซึ่งไตรมาสที่ 2 ของ 2020 กลายเป็นไตรมาสที่ทำลายสถิติการลงทุนในผลิตภัณฑ์มากที่สุดต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่สี่

บริษัทกล่าวว่า ภายหลังที่ Bitcoin มีการ Halving ในพฤษภาคม2020 กระแสการเงินไหลไปสู่ Grayscale Bitcoin Trust ก็เพิ่มสูงมากขึ้นกว่าจำนวน BTC ที่ขุดได้ใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน

ยิ่งกว่านั้น Grayscale ยังกล่าวเพิ่มเพราะว่า กองทุนคริปโตอื่นๆกำลังจะได้รับแรงกระตุ้นนี้เหมือนกัน : The Grayscale Ethereum Trust มีกระแสการเงินไหลเข้าอยู่ที่ 135.2 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาส 2 ซึ่งคิดเป็นแทบ 15% ของกระแสการเงินทุนไหลเข้าทั้งหมด , The Grayscale Litecoin Trust ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ รวมทั้ง Grayscale Bitcoin Cash Trust ได้มองเห็นกระแสเงินไหลเข้าครั้งใหญ่ที่สุดนับจากช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2018…

มังกร เปิดเผยพิมพ์เขียวขนาด 145 แผ่นในการเป็นศูนย์กลางด้าน Blockchain

ศูนย์กลางด้านบล็อกเชน

รัฐบาลเมืองปักกิ่งได้เปิดเผยพิมพ์เขียวขนาด 145 แผ่นเมื่อวานนี้สำหรับในการวางแผนเพื่อให้เมืองดังที่กล่าวมาแล้วเป็น ศูนย์กลางด้านบล็อกเชน ในช่วง 2 ปีที่จะถึงข้างหน้านี้

พิมพ์ข่าวดังกล่าวมีขึ้นราวๆเกือบจะ 1 เดือนหลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับ “แผนการพัฒนาด้านนวัตกรรมบล็อกเชนในเมืองปักกิ่ง” โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เมืองหลวงของจีนเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางของโลกที่มีการนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้เพิ่มเติมกับระบบต่างๆในเมืองเพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจ

ภายในปี 2022 นี้กรุงปักกิ่งจะเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี บล็อกเชน, ศูนย์กลางด้านการสาธิต Application, ศูนย์กลางด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม, และก็ศูนย์กลางสำหรับบุคลากรที่มีฝีมือ โดยจะเป็นผู้นำสำหรับเพื่อการสร้าง ‘แผนการสำหรับกรุงปักกิ่ง’ สำหรับเศรษฐกิจที่มีการนำเอาบล็อกเชนมาประยุกต์และก็รวมทั้งการพัฒนาสังคม”

ยิ่งไปกว่านี้สื่อท้องถิ่นยังกล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีบริการของรัฐบาลราวๆ 140 บริการที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้แล้วซึ่งนั่นรวมทั้งการแบ่งปันข้อมูล, การร่วมมือกันทางด้านธุรกิจ, และรวมทั้งใบประกาศนียบัตรแบบอิเล็กทรอนิกส์…

CEO ของ Euro Pacific Capital ทวิตโจมตี Bitcoin อีกครั้งหลัง Twitter ถูกแฮค

ทวิตเตอร์

ใน ทวิตเตอร์ ล่าสุดของนาย Peter Schiff CEO ของ Euro Pacific Capital เขากล่าวถึงว่า Bitcoin นั้นบางทีอาจถูกแฮ็คได้ ภายหลังที่บัญชีดาราคนดังเป็นจำนวนมากถูกแฮ็คบัญชีเพื่อใช้การโปรโมตการหลอกลวง Bitcoin

“ดูเหมือนว่าทุกๆบัญชีใน Twitter ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วถูกแฮ็คโดยผู้ที่ต้องการหลอกลวง Bitcoin ผมสงสัยว่านี่เป็นลางสังหรณ์ว่า Bitcoin กำลังจะถูกแฮ็คหรือไม่? มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าคุณจะ play safe และซื้อทองคำ”

อ้างอิงจากรายงานของ U.Today เมื่อเร็วๆนี้ที่เผยออกมาว่า บัญชี Twitter ของนาย Barack Obama, Bill Gates แล้วก็เหล่าคนดังคนอื่นได้ถูกแฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีเมื่อวันที่ 15 ก.ค.เพื่อโปรโมทการฉ้อฉล Bitcoin

มิจฉาชีพให้สัญญาว่าจะให้ Bitcoin คืนเป็นจำนวนสองเท่าสำหรับไม่ว่าใครก็ตามที่โอนเงินไปยังที่อยู่นี้ ซึ่งแน่ๆว่าเป็นการโกหกคำโต

การฉ้อโกงก่อให้เกิดผลกระทบไปถึง เว็ปเทรดคริปโตชั้นแนวหน้าหลายที่ดังเช่นว่า Binance แล้วก็ Coinbase ที่ได้มีการประกาศเป็นหุ้นส่วนกับทาง “CryptoForHealth” เพื่อโปรโมทการหลอกลวง Bitcoin อย่างไรก็ดีในตอนที่รายงานอยู่นี้เว็บฯ CryptoForHealth ได้ถูกลบไปแล้ว

นอกเหนือจากนั้น ในระยะเวลาต่อมามีการเผยออกมาว่า ที่มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงบัญชี Twitter ของเหล่าคนดังได้ก็เนื่องจากพวกเขาจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับพนักงานของบริษัท

ตามคำกล่าวของนาย Tone Vays อดีตนักเทรดของ Wallstreet ที่กล่าวว่า การพูดให้ร้าย Bitcoin ของนาย Schiff ล่าสุดนั่น มันแปลงเป็นการทำให้เห็นว่า เขาไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Bitcoin เลยแม้แต่น้อย

ดูราวกับว่าแฟนตัวยงของทองคำผู้นี้จะทำการเปรียบเทียบความปลอดภัยของ Bitcoin กับการแฮ็คบัญชีบน Twitter ซึ่งมันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ Bitcoin จะถูกแฮ็คได้ ในขณะพลังประมวลในเครือข่ายของมันยังคงพุ่งสูงลิ่วแตะระดับ ATH

นอกเหนือจากนี้เมื่อลองย้อนกลับไปใน ม.ค.2563 เราจะมองเห็นได้ว่านาย Schiff นั่นได้รับความอับอายจนถึงแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อเขาไม่สามารถที่จะเข้าถึงกระเป๋าเงิน Bitcoin ของเขาได้ เพราะเหตุว่าเขาไม่แยกแยะความแตกต่างระหว่างรหัสผ่านกับรหัส PIN…

Riot Blockchain เพิ่มกำลังขุด Bitcoin 2 เท่าหลัง Halving

สัญชาติอเมริกัน

บริษัท Riot Blockchain เป็นเหมืองขุด Bitcoin สัญชาติอเมริกัน ได้ประกาศการซื้อเครื่องขุดเพิ่มเติม ในการดำเนินงานเมื่อเกิดการ Halving

บริษัท Riot Blockchain ขุด Bitcoin ได้มีการออกมาประกาศว่าพวกเขาจะมีการเพิ่มจำนวนเครื่องขุด Bitcoin (BTC) รุ่นใหม่เป็น 2 เท่าที่ซื้อไว้ซื้อ Antminer S19s กว่า 1,040 เครื่องจาก Bitmain ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2020 นี้

ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในครั้งนี้อยู่ที่ 1.9 ล้านเหรียญสหรัฐหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง Riot ได้มีการซื้อ S19s Pros ไปอีกมากถึง 1,000 เครื่องซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2020 ที่ผ่านมานี้เอง

โดยบริษัท Riot Blockchain ได้ทำนายการเพิ่มขึ้นของอัตราแรงขุด หรือ Hash Rate ไว้ที่ 80% หลังจากปรับใช้เป็นเครื่องขุด S19 ทั้งหมด

คาดการณ์ว่าจะมีการส่งมอบและติดตั้งทั้งหมดในช่วงไตรมาสที่สามของปีนี้ซึ่ง Riot คาดว่าการมีเครื่องขุดมากถึง 2,040 เครื่องจะเพิ่ม hashrate ในการดำเนินงานต่อไปมากถึง 80% ภายในปี 2021

โดยรวมแล้ว Riot Blockchain คาดการณ์ว่าจะมี Hash rate มากถึง 457 Petahashes ต่อวินาที ในขณะที่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 16.5 เมกะวัตต์หลังจากมีการเดินเครื่องเปิดการใช้งาน

ในส่วนด้านของโฆษกของ Bitmain ในอเมริกาเหนือระบุว่า บริษัททำงานกับ Riot Blockchain มาหลายปีแล้ว และมีความสัมพันธ์อันดีกับ Riot Blockchain ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Antminer ของ Bitmain มาตลอด

การซื้อขายเกือบ 2 ล้านดอลลาร์ของ Riot Blockchain จาก Bitmain มาในวันเดียวกันกับที่ผู้ผลิต ASIC ยอมรับว่ามีเคยปัญหากับเครื่องรุ่น S17s ที่เพิ่งส่งมอบเมื่อไม่นานมานี้โดยมีรายงานว่ามีข้อบกพร่องและการทำงานที่ผิดพลาดมากถึง 30 % ด้วยกันจากทั้งหมดในรอบที่แล้ว

แล้วบริษัทได้บอกกับทาง Cointelegraph ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาทางแก้ปัญหากับลูกค้าที่ซื้อรุ่น 17s ที่มีข้อบกพร่องทำให้ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อมาที่บริษัทได้เลยโดยตรง

จากรายงานว่าการระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจที่โรงงานในโอคลาโฮมา Riot Blockchain ได้ย้ายส่วนหนึ่งของเครื่อง S17 ที่เพิ่งซื้อไปยังโรงงานที่ดำเนินการโดยบริษัท Coinmint ในนิวยอร์กในช่วงเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา…