Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Bitcoin รับความนิยมต่อจากหุ้น Tesla

TradingView

Bitcoin แปลงเป็นสินทรัพย์ที่มีคนเข้าเฝ้ามองเยอะที่สุดเป็นอันดับสองบนเว็ปไซต์ TradingView รองจากหุ้นของ Tesla ใน ก.ค. 2020

เว็ปเทรดแสดงราคาเผยข้อมูลเมื่อวันศุกร์ว่า Tesla กลายเป็นหุ้นที่มีคนเข้ามองเยอะที่สุดใน 31 รัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ในเวลาที่ bitcoin เป็นที่นิยมเพิ่มสูงมากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียวอชิงตันแล้วก็โอเรกอน “ดูราวกับว่าฝั่งตะวันตกจะถูกใจคริปโตกันมากที่สุด” TradingView กล่าว

ทั้งยัง bitcoin รวมทั้ง Tesla มีราคาพุ่งสูงมากขึ้นในปีนี้ โดย Tesla มีมูลค่ามากขึ้นแทบสามเท่าจากระดับราคาราว430 ดอลลาร์ในช่วงม.ค.2020ไปเป็น 1,650 ดอลลาร์ในขณะนี้ ช่วงเวลาเดียวกัน bitcoin ก็มีมูลค่ามากขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

TradingView

หุ้นโบอิ้งยังคงตามหลัง Tesla และก็ bitcoin มาติดๆโดยเปลี่ยนเป็นหุ้นที่มีคนเข้ามองเยอะที่สุดเป็นอันดับสามบน TradingView แล้วก็ American Airlines กำลังอยู่ในอันดับที่สิบ “ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการแพร่ระบาดทั่วทั้งโลกทำให้ภาคการบินมีความเปลี่ยนแปลงที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ” TradingView กล่าว

โดยเฉพาะหุ้นของ Apple นั่นกลับล้มเหลวสำหรับในการครอบครองตำแหน่งหุ้นที่มียอดเข้ามองมากที่สุดบน TradingView ซึ่งนั่นนับได้ว่านักเทรดรวมทั้งนักลงทุนไม่ได้มีความสนใจกับหุ้นของ Apple เยอะแค่ไหนนัก ถึงแม้ในปีนี้มูลค่าของหุ้นจะมากขึ้นกว่า 53 เปอร์เซ็นต์ ก็ตาม…

ธปท.นำ Smart Contract มาใช้กับเหรียญ “อินทนนท์”

เหรียญคริปโตเคอเรนซี่

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำลังมองหาจังหวะสำหรับในการนำเอาเทคโนโลยี smart contract เพื่อนำมาใช้ร่วมกับ เหรียญคริปโตเคอเรนซี่ ที่พวกเขากำลังพัฒนาขณะนี้

นายวิจักขณ์ เศรษฐบุตร หรือ Deputy director ของธนาคารแห่งประเทศไทย และก็ผู้ดูแลการพัฒนาเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ของแบงค์ชาติที่ชื่อว่าอินทนนท์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง OMFIF ตอนวันที่ 13 ก่อนหน้าที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานะในการพัฒนาของเหรียญดังกล่าวในช่วงเวลานี้

นอกเหนือจากนี้ยังมีนาย Sky Guo หรือ CEO จากบริษัทด้านบล็อกเชนที่ชื่อว่า Cypherium ที่โฟกัสในด้านการติดตั้งระบบเหรียญคริปโตของธนาคารกลาง

โดยในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวนั้นนาย Guo กล่าวว่าผู้ออกกฎหมายทั่วโลกสามารถที่จะหยิบยืมโมเดลการควบคุมระบบของ DeFi เข้ามาปรับใช้ระบบในการตรวจและอนุมัติสินทรัพย์ดิจิตอลที่ถูกค้ำไว้โดยสินทรัพย์ที่อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์และหุ้น และนำมันมาใช้เพื่อเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืมในเหรียญคริปโตของธนาคารกลาง โดยเขากล่าวว่าการกระทำดังกล่าวนั้นจะทำให้เศรษฐกิจมีสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก

นายวิจักขณ์กล่าวว่าทางธนาคารกลางกำลังจับตามองการพัฒนาในวงการ DeFi ในขณะนี้แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะนำเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้กับเหรียญคริปโตของประเทศไทย ทางธนาคารกลางจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาของ DeFi ให้ได้เสียก่อนซึ่งนั่นก็คือในด้านของการยืนยันตัวตนของลูกค้าและความเป็นส่วนตัว

ความเห็นของทางธนาคารแห่งประเทศไทยดูเหมือนจะมีขึ้นท่ามกลางการบูมของอุตสาหกรรม DeFi ในขณะนี้ โดยมันเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางด้านการเงินที่ทำให้นักลงทุนสามารถใช้บริการระบบด้านการเงินแบบเก่าแต่มันรันอยู่บนสถาปัตยกรรมที่มีความเป็น decentralized ที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาควบคุมได้แม้แต่บริษัทจำกัดหรือรัฐบาลใดๆก็ตาม

ปัจจุบันตลาดดังกล่าวนั้นได้รับความนิยมอย่างมากจนส่งผลทำให้มีผู้นำเอาโทรศัพท์เข้าไปล็อคไว้ในระบบดังกล่าวถึง 5.24 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากเว็บไซต์ DeFiPulse.com…

Cameron Winklevoss โพสต์ทวิตเตอร์ แนะให้ชาวอิหร่านลงทุน Bitcoi

Winklevoss

ผู้ก่อตั้งบริษัทเว็บไซต์เทรดคริปโตที่มีชื่อเสียงก้องโลก Gemini ทั้งยังเป็นคนที่เคยฟ้องร้อง facebook ข้อกล่าวหาขโมยไอเดียอย่าง Winklevoss ได้ออกมาเสนอแนะให้ชาวอิหร่านลงทุนซื้อบิทคอยน์หลังจากที่รัฐบาลของพวกเขาเปล่าให้ประชาชนไปซื้อน้ำมัน

โดยอ้างอิงจากสื่อระดับโลก Bloomberg ของช่วงวันที่ 12 ส.ค. 2020 ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี Hassan Rouhani ได้ออกมาเสนอแนะประชาชนของเขาผ่านรายการโทรทัศน์ว่าให้นำเงินไปลงทุนน้ำมัน แทนที่จะเป็นเงินดอลลาร์หรือทองคำ

โดยอ้างอิงจากรายงานดังกล่าวนั้นทางรัฐบาลอิหร่านต้องการที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถลงทุนในน้ำมันในตลาดหุ้นได้เป็นครั้งแรก โดยทางรัฐบาลต้องการหาทางทำให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นท่ามกลางการถูกคว่ำบาตรโดยรัฐบาลสหรัฐแล้วก็ปัญหาเศรษฐกิจจากไวรัสโคโรน่า

นาย Rouhani กล่าวว่า

“ตลาดหุ้นและน้ำมันไม่ใช่ทองคำและเงินดอลลาร์ ถือเป็นสถานที่ที่ควรจะนำเงินเข้าไปลงทุนและพวกเราต้องการที่จะช่วยประชาชน”

Winklevoss

ภายหลังจากนั้นนาย Cameron Winklevoss ก็ได้รับทราบถึงข่าวดังกล่าวและทำให้เขาไม่รอช้า ทำการโพสต์ทวิตเตอร์และแนะนำประชาชนชาวอิหร่านโดยกล่าวว่าแทนที่จะลงทุนในน้ำมันที่ราคากำลังร่วงลงอย่างรุนแรงและมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างยากมากๆ ให้ไปลงทุนในบิทคอยน์แทนดีกว่า

Winklevoss

ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังร่วงไป 2 วันก่อน

ค่าธรรมเนียม

ราคาของ bitcoin นั้นดูเหมือนกับว่าจะมีการปรับตัวขึ้นมานิดหน่อยหลังจากที่หล่นลงไปอย่างรุนแรงเมื่อตอนช่วง 2 วันที่ผ่านมา ในเวลาเดียวกัน ค่าธรรมเนียม บนเครือข่ายของเหรียญ Ethereum ยังคงพุ่งสูงมากขึ้นเป็นอย่างมากและก็ก่อให้เกิดปัญหาให้กับนักเทรดที่ต้องการจะโอนเหรียญไปๆมาๆ

ปัจจุบันราคาของ bitcoin อยู่ที่ราวๆ 11,590 ดอลลาร์ โดยมากขึ้นมาราวๆ 0.24 เปอร์เซ็นต์จาก 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีระยะของราคาอยู่ที่ราวๆ 111,44-11,608 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก TradingView ของ Bitstamp

ดูราวกับว่าราคาของ bitcoin นั้นจะมีการฟื้นตัวในวันนี้จากจุดต่ำสุดในรอบสัปดาห์ของเมื่อวานซืนที่ระดับ 11,130 ดอลลาร์
นักลงทุนมืออาชีพ Constantin Kogan จากบริษัท BitBull Capital ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตลาดของ bitcoin จะยังคงเกิดการ sideway ไปสักระยะหนึ่ง

“หากนักขายสามารถควบคุมตลาดไม่ได้เราอาจจะได้เห็นราคาของ bitcoin ร่วงลงไปอยู่ที่ 11,390 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามมันมีโอกาสที่ตลาดนั้นสามารถทำลายแนวต้านได้ที่ 12,000 ดอลลาร์ และขึ้นไปแตะ 12,300 ดอลลาร์ได้”

ตลาด bitcoin จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นคงจะไม่มีใครรู้แต่ที่แน่ๆก็คือมันมีโอกาสจะขึ้นอยู่กับผู้เล่นตัวใหญ่ๆที่สำคัญในตลาดอย่างเช่นนักลงทุนสถาบัน ที่น่าสนใจก็คือนาย Kogan กล่าวเสริมอีกว่า “ราคา bitcoin อาจจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับตอนช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ก่อนถึงปี 2017” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ในครั้งนี้นักลงทุนสถาบันถือเป็นผู้เล่น LINE สำคัญในตลาด”

volume การซื้อขายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมดูเหมือนว่าจะทำให้ราคาในตลาดมีความผันผวนมากขึ้นกล่าวโดยนาย Rupert Douglas ผู้บริหารในบริษัทโบรกเกอร์ Koine โดยหลักๆเขาชี้ว่านักลงทุนชอบความผันผวนและ volume ที่สูงทำให้พวกเขาสามารถทำกำไรในตลาดได้อย่างง่ายๆ

ในขณะเดียวกันเหรียญ Ethereum เหรียญที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ดูเหมือนว่าจะมีราคาที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ด้วยเช่นกัน โดยได้อยู่ที่ประมาณ 388 ดอลลาร์

ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยบนเครือข่ายของ Ethereum สำหรับการทำธุรกรรมรวมถึงบนเครือข่าย decentralized finance ( DeFi) ดูเหมือนว่าจะพุ่งขึ้นสูงอย่างมากโดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.009255 ETH ซึ่งมากกว่า 3.60 ดอลลาร์ในช่วงรอบ 5 ปีตั้งแต่ถูกเปิดตัวขึ้นมา โดยหากลองดูที่กราฟของ Blockchair ด้านล่างจะค้นพบว่าค่าธรรมเนียมของมันพุ่งทะลุกราฟขึ้นไปอีก

ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า gas กำลังสร้างความปวดหัวให้กับนักเทรดเนื่องจากว่าพวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีการโอนเหรียญไปมาเพื่อจุดประสงค์ร้ายอย่างโดยหนึ่งในนั้นก็คือการทำ arbitrage

ปัจจุบันเหรียญ Ethereum กำลังใช้ algorithm ที่เรียกว่า Proof of work และกำลังจะเปลี่ยนไปเป็น proof of stake ในเร็วๆนี้…

YFI ราคาพุ่ง 18,860 เปอร์เซ็นต์ หลังถูกลิสขึ้น Binance

ราคาพุ่งอย่างหนัก

เหรียญคริปโต YFI ราคาพุ่งอย่างหนัก ภายหลังจากถูกลิสบน เว็ปเทรด มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Binance

เหรียญคริปโตที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของโปรโตคอลการเงินรูปแบบกระจายอิทธิพล ( DeFi) ที่มีชื่อว่า Yearn.Finance มีมูลค่ามากขึ้นกว่า 18,860 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่แมื่อช่วงเวลากลางเดือนก.ค. 2020 โดยมีราคาซื้อขายกันอยู่ที่ราวๆ $ 31.65 ในเวลานั้น

ภายหลังจากการประกาศการผลักดันและสนับสนุนของ Binance มูลค่าของเหรียญ YFI ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากระดับราคา $ 4,495 ไปอยู่ที่ $ 6,941 อ้างอิงข้อมูลที่ได้มาจาก CoinGecko แล้วก็ในขณะเขียนรายงานอยู่นี้ YFI มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 6,318 ดอลลาร์

ราคาพุ่งอย่างหนัก

Binance จะเปิดขายเหรียญ YFI คู่กับสกุลเงินดังต่อไปนี้ : Binance Coin ( BNB) , Bitcoin (BTC) , Binance’s stablecoin (BUSD) และ Tether ( USDT)

ในตอนแรกนาย Andre Cronje ผู้ก่อตั้งโปรเจค Yearn.Finance ตั้งใจที่จะให้ YFI กลายเป็นเหรียญโทเค็นภายการกำกับดูแลที่ “ไร้มูลค่า” อย่างสมบูรณ์

อ้างอิงจากบล็อกโพสต์ที่เผยแพร่เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม นาย Cronje เปิดเผยว่าเขาได้เปิดตัวโทเค็นขึ้นมาเพื่อยกเลิกกลไกการควบคุม , ค่าธรรมเนียมที่สามารถกำหนดได้ , การควบคุมระบบบำรุงรักษาและกฎของระบบต่าง ๆ ใน Yearn.Finance

“ในความพยายามที่จะยกเลิกการควบคุมนี้ (ส่วนใหญ่เป็นเพราะเราขี้เกียจและไม่ต้องการที่จะทำมัน) เราได้เปิดตัว YFI ซึ่งเป็นโทเค็นที่มีอุปทานอยู่ที่ 0 และไร้มูลค่าอย่างสมบูรณ์ มันไม่มีช่วง pre-mine , pre-sale , คุณไม่สามารถซื้อมันได้ , มันไม่ได้อยู่บน Uniswap , มันไม่มีการประมูลราคา และเราไม่ได้ต้องการอะไรกับมันเลย”

“การสร้างรายได้จาก YFI นั้นง่ายมาก ผู้แค่ทำการ Stake เหรียญคริปโตเข้าไปในสัญญา distribution contracts (เราจะจัดเตรียมอินเทอร์เฟซสำหรับสิ่งนี้แล้ว) และคุณก็จะสร้างรายได้ (ควบคุมกำกับดูแล) แบบวันต่อวัน …”…

ตลาด Bitcoin กลับมาวิ่งเป็นบวกอีกครั้ง พุ่งทะลุ 12,000 ดอลลาร์

ในช่วงเช้า

ดูเหมือนกับว่า ในช่วงเช้า ของวันนี้ราคาของตลาด bitcoin นั้นจะวิ่งกลับมาในระดับที่เป็นบวกอีกรอบ โดยราคานั้นได้พุ่งจากระดับ 11,600 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ระดับ 12,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง

กราฟจาก TradingView เปิดเผยให้มีความคิดเห็นว่าราคาของ Bitcoin บนเว็บไซต์เทรด Bitfiniex ได้มีการพุ่งขึ้นไปแตะ 12,000 ดอลลาร์เมื่อตอนระยะเวลาราวๆ 09:00 น ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้ราคานั้นแปลงเป็นบวกเพิ่มขึ้นเกือบจะ 3 % ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ในช่วงเช้า

จากการพุ่งขึ้นของราคาดังกล่าวนั้นส่งผลทำให้ตลาดคริปโตส่วนใหญ่ได้กลายเป็นบวกอีกด้วย โดยภาพด้านล่างจากกระดานของ Coinmarketcap เผยให้เห็นว่าเหรียญ Cryptocurrency 10 อันดับแรกกลายเป็นสีเขียวซะส่วนใหญ่ ยกเว้นเพียงแค่ 4 เหรียญ อย่าง Bitcoin Cash , Bitcoin SV , Cardano , Binance Coin เท่านั้น ที่ปรับตัวลดเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ราคาของ bitcoin ได้พุ่งขึ้นมาอย่างแรงแตะระดับ 12,000 ดอลลาร์ในช่วงวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่นาน ราคาก็ต้องเผชิญกับการร่วงอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 10,500 ดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนหลายคนตกใจไปตาม ๆ กัน

ปัจจุบันตลาด Bitcoin ยังคงอยู่ในช่วง sideway เป็นส่วนมาก แต่ยังคงมีความผันผวนของราคาเกิดขึ้นให้เห็นเป็นครั้งคร่าว ในขณะเดียวกันตลาด Altcoin ส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ซึ่งเราจะเห็นได้จากเหรียญ Band Protocol และ Chainlink ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่าสาเหตุหลัก ๆ ของการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin นั้นอาจมาจากการเติบโตของตลาด decentralized finance หรือ DeFi ที่กำลังจะรับกระแสนิยมอย่างมากในปัจจุบัน…

บริษัทบล็อกเชนกว่า 10,000 แห่งได้ก่อตั้งขึ้น-เปิดตัวของจีน ท่ามกลางการแพร่ระบาด COVID-19

LongHash

เมื่อเร็วๆนี้แพลตฟอร์มข้อมูลด้าน Blockchain แล้วก็ คริปโต ‘ LongHash ’ ได้เผยข้อมูลบนทวีตว่า ภาคบล็อกเชนของจีนเติบโตมากขึ้นเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในปีนี้ โดยระบุว่า บริษัทด้านบล็อกเชนที่ใหม่ของจีนกว่า 10,000 แห่งได้จัดตั้งขึ้นในช่วงระหว่างม.ค.-ก.ค.2020

ยิ่งไปกว่านี้รายงานยังได้ส่อให้เห็นถึง ปริมาณของบริษัทที่เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีบล็อกเชนในตอนนี้ของจีน ที่ในขณะนี้เริ่มจะมียอดสุทธิแซงปี 2017 LongHash กล่าวว่าในช่วงเวลานี้ยอดรวมของบริษัทในปี 2020 ได้แซงปี 2018 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมียอดรวมบริษัทอยู่ที่มากกว่า 18,500 แห่งและก็ทำลายสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นด้วยว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนแล้วกว่า 84,410 แห่งและในจำนวนนี้มีการดำเนินการอยู่ทั้งหมด 29,340 แห่ง โดยมณฑลกวางตุ้งทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนมีจำนวนบริษัทสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่อยู่ในอันดับสอง

อย่างไรก็ตาม บริษัทด้าน blockchain ส่วนใหญ่จดทะเบียนด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมียอดเงินทุนจดทะเบียนอยู่ที่สูงสุดเพียง 5,000 หยวน หรือประมาณ $ 717 ในขณะเดียวกันมีเพียงไม่กี่รายที่ลงทะเบียนด้วยเงินมากกว่า 50,000 หยวนหรือประมาณ 7,175 ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานแล้วว่า รัฐบาลเมืองปักกิ่งได้เผยพิมพ์เขียวขนาด 145 แผ่นในเดือนก.ค. สำหรับการวางแผนเพื่อให้ปักกิ่งกลายเป็นศูนย์กลางด้าน Blockchain ในช่วง 2 ปีที่จะถึงข้างหน้า นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นยังรายงานด้วยว่า ปัจจุบันจีนมีบริการของรัฐบาลประมาณ 140 บริการที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้แล้วซึ่งนั่นรวมถึงการแบ่งปันข้อมูล, การร่วมมือกันทางด้านธุรกิจ, และรวมถึงใบประกาศนียบัตรแบบอิเล็กทรอนิกส์

19 เหรียญ Altcoin ที่น่าจับตามองในตอนนี้

เว็ปเทรด

ในปี 2017 อิทธิพลของ เว็ปเทรด Coinbase ที่มีต่อตลาดคริปโตนั่นมีชื่อเสียงกันกว้างขวาง โดยแต่ก่อนเว็ปเทรดจะทำลิสเหรียญคริปโตแค่เพียงไม่กี่รายการแค่นั้น

เพราะฉะนั้นเมื่อใดก็ตามที่ Coinbase มีการลิสเหรียญโทเค็นใหม่ ราคาของพวกมันจะมีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

สิ่งนี้ถูกขนานนามว่า “เอฟเฟกต์ของ Coinbase” แล้วก็ถึงแม้การเกิดนี้จะเลือนหายไปในช่วงปลายปี 2018 และก็ 2019 เมื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเริ่มลิสเหรียญคริปโตเป็นจำนวนมากที่ใครหลายๆคนไม่เคยได้ฟังชื่อ

แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนว่า“ เอฟเฟกต์ของ Coinbase” จะกลับมาแล้ว เนื่องจากโทเค็นคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ DeFi นั่นให้ผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ

Coinbase ลิสเหรียญคนไทย Band Protocol ส่งผลให้ราคาพุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาล
ในช่วงเมื่อวานนี้ BAND ซึ่งเป็นโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย Oracle แบบกระจายอำนาจของ Band Protocol ได้เห็นราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก สู่ระดับสูงสุดที่ 8.00 ดอลลาร์

จากรายงานของ CryptoSlate ในช่วงเมื่อวานนี้ การพุ่งขึ้นของราคาได้เกิดขึ้น หลังจากมีข่าว BAND ร่วมมือกับแพลตฟอร์มบล็อกเชน Elrond

การร่วมมือกันในครั้งนี้ รวมกับข่าวการเหรียญคริปโตของ Coinbase Pro ทำให้ BAND กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดของตลาดคริปโตในช่วงเมื่อนี้

สิ่งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า “เอฟเฟกต์ของ Coinbase” ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนได้ให้ความสนใจในเหรียญ Altcoins กันเพิ่มมากขึ้น

นาย Luke Martin นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังได้พูดถึงเรื่องนี้บนทวีตล่าสุดของเขา โดยกล่าวว่านี่จะเป็นการเปิด “โอกาสให้กับการซื้อขายที่น่าสนใจจริงๆ”

“ก่อนหน้านี้ผมเคยสงสัยเกี่ยวกับ ‘เอฟเฟกต์ของ Coinbase’ ในเหรียญ Altcoins … แต่ตอนนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อตลาด BAND มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นกว่า 45% ในช่วงเมื่อวานนี้ ผมคิดว่ามันมีโอกาสในการซื้อขายที่น่าสนใจมาก สำหรับเหรียญโทเค็นที่มีโอกาสถูกลิสตัวต่อไป”

Coinbase จะลิสเหรียญคริปโตเหรียญไหนเป็นตัวต่อไป ?
อ้างอิงจากโพสต์บล็อกของ Coinbase ที่เผยในวันที่ 31 กรกฎาคมว่า พวกเขากำลังมุ่งมั่นให้การสนับสนุนสินทรัพย์ที่เป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคและปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับ โดย Coinbase กล่าวว่าเมื่อเวลาผ่านไปลูกค้าทั่วโลกจะสามารถเข้าถึง “อย่างน้อย 90% ของมูลค่าตลาดโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ”

และนี่คือสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการพิจารณา : Ampleforth, Band Protocol, Balancer, Blockstack, Curve, Fetch.ai, Flexacoin, Helium, Hedera Hashgraph, Kava, Melon, Ocean Protocol , Paxos Gold, Reserve Rights , tBTC, The Graph, THETA, UMA และ WBTC

ในบรรดาโทเค็นเหล่านี้ นาย Martin เชื่อว่ารายชื่อโทเค็นที่ประสบความสำเร็จของ BAND จะเพิ่มโอกาสให้เหรียญโทเค็น DeFi ได้ถูกลิสเป็นตัวต่อไป และในบรรดาเหรียญที่หลงเหลืออยู่ เขาคิดว่าเหรียญที่จะถูกลิสเป็นตัวต่อไปอาจเป็น KAVA

เขาได้อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานของเขาด้วยว่า มันมีโมเมนตันแรงซื้อที่ค่อนข้างรุนแรงและ “วอลุ่ม … สามารถปรากฏให้เราเห็นก่อนที่ [จะมีการประกาศรายชื่อการลิสเหรียญ]”

“KAVA ได้ดึงดูดความสนใจของผมเมื่อเช้านี้และหลังจากราคาของ BAND มีการเคลื่อนไหว ผมไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป การเบรคทะลุแนวต้านก่อนหน้านี้และโอกาสที่มันจะถูกลิสใน coinbase แค่สองสิ่งนี้เกิดขึ้นผมก็รู้แล้วว่าควรทำอะไร..”…

หนุ่มวัย 45 ปี ถูกจับหลังพยายามซื้ออาวุธเคมี ด้วย Bitcoin

อาวุธเคมี

ชายชาวมิสซูรี่วัย 45 ปีได้ให้การยอมรับสารภาพเมื่อวันอังคาร ภายหลังที่เขาถูกกล่าวหาว่า พยายามซื้อ อาวุธเคมี บนเว็ปตลาดมืดโดยใช้เงิน $ 150 ใน bitcoin

นาย Jason William Siesser เข้ารับการพิจารณาคดีในศาลแขวงสหรัฐในเขตตะวันตกของรัฐมิสซูรี ในข้อกล่าวหาพยายามใช้ bitcoin เพื่อซื้ออาวุธเคมีที่ไม่มีชื่อในราคา $52 ต่อขวดถึงสองครั้งในฤดูร้อนของปี 2018

อัยการกล่าวว่า “สารเคมีมีความเป็นพิษสูง” และมีศักยภาพมากพอที่จะ “ฆ่าคนได้ประมาณ 300 คน” และนาย Siesser ได้บอกกับทางผู้ขายว่า เขาวางแผนที่จะใช้พวกมันในทันที

นาย Siesser ถูกจับกุมโดยตัวแทน FBI ภายในไม่กี่นาที หลังจากที่พัสดุมาถึงในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2018 เขายอมรับในวันอังคารว่าได้ปลอมแปลงข้อมูลที่อยู่ผู้ส่งและพัสดุได้ถูกส่งไปยังที่อยู่ของเด็กและเยาวชน “เพราะ [Siesser] ไม่ต้องการที่จะมีปัญหา หากคำสั่งซื้อถูกเชื่อมโยงไปถึงเขา” รายงานระบุ

กล่องพัสดุที่นาย Siesser ได้รับสุดท้ายเป็นขวดบรรจุสารเฉื่อยที่ไม่ใช่อาวุธเคมีแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นตัวแทน FBI ก็ได้พบสารเคมีที่เป็นอันตรายถึง 3 ชนิดได้แก่ cadmium arsenide , cadmium metal และ hydrochloric acid ที่บ้านพักของนาย Siesser

นาย Siesser ถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อยห้าปี ตามข่าวประชาสัมพันธ์จากกระทรวงยุติธรรม…

อัตรา Hashrate ของเครือข่าย Bitcoin ได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง

นักลงทุน

อัตรา Hashrate ทั้งหมดของเครือข่าย Bitcoin ได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกรอบ แล้วก็นี่ชี้ให้เห็นถึงการมองโลกในแง่ดีของ นักลงทุน Btc ภายหลังการ Halving ครั้งที่ 3 ได้ผ่านพ้นไป

การ Halving ครั้งที่ 3 ของ Bitcoin เกิดขึ้นช่วงวันที่ 11 พฤษภาคม 2020 ไม่นานต่อจากนั้นอัตรา Hashrate ทั้งหมดก็ได้ปรับตัวลดน้อยลงจาก 121 ล้าน TH/s ไปเป็น 90 ล้าน TH/s

การฟื้นฟูสภาพอย่างเร็วของอัตรา Hashrate แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเหมืองขุดมีพัฒนาเชิงบวกที่มากขึ้น ซึ่งนั่นบางทีอาจทำให้เกิดความมั่นคงของตลาด

ตัวเร่งปัจจัยเชิงบวกสำหรับราคา Bitcoin ในระยะกลาง
หลังจากการ Halving จบลง อัตรา Hashrate ในเครือข่าย Bitcoin ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากการ Halving ได้ปรับลดบล็อครางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่งส่งผลทำให้รายได้ของพวกเขาลดน้อยลง

เมื่อนักขุดต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่ผลตอบแทนที่ได้จากการผลิตลดต่ำลง พวกเขาก็มักจะเทขาย BTC ของพวกเขา เพื่อนำมาชดเชยค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะมีการปรับยกระดับค่าความยากในการขุด Bitcoin ซึ่งปกติแล้วจะเกิดขึ้นเมื่อมีการขุดครบ 2,016 Block ดังนั้นโอกาสที่นักขุดจะยอมแพ้หรือมีการเทขายครั้งใหญ่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นไปได้ยาก

นาย Alejandro De La Torre รองประธานของเหมืองขุด Poolin กล่าวอธิบายว่าเครื่องขุดรุ่นเก่าก็ยังคงสามารถทำกำไรได้ นั่นหมายความว่า หากนักขุดยังคงสามารถทำกำไรต่อไปได้ แนวโน้มที่พวกเขาจะเทขายเหรียญ BTC ก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

นาย Torre อธิบายว่า :

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน การปรับตั้งค่าความยากลดลง – 2.87% และอัตราเฉลี่ย hash rate ของเครือข่ายอยู่ที่ 120.57 EH / s สิ่งที่น่าสนใจก็คืออัตรา hashrate ยังคงเพิ่มขึ้นและนี่อาจส่งผลดีต่อราคา เนื่องจากเครื่องขุดรุ่นเก่ายังคงสามารถทำกำไรได้”

ดังนั้นนาย Torre กล่าวว่าอัตรา Hashrate ของเครือข่าย Bitcoin น่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าความยากในการขุด BTC ต่ำกว่าในสัปดาห์ก่อนและราคาของ BTC ยังคงสูงกว่าระดับ $ 11,000

เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า :

“ค่าความยากในการขุด ปัจจุบันลดต่ำกว่าช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจากระดับ 17.35T ไปเป็น 16.85T และมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นคาดว่าจะมี hashing ที่แข็งแกร่งในอีกสองสัปดาห์ถัดจากนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับราคาในตอนสุดท้าย”

อัตรา Hashrate ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในระยะเวลาเพียงสามเดือน หลังจากการ Halving ถือได้ว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึง ค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าในมณฑลเสฉวน ประเทศจีนยังบอกอีกว่าอุตสาหกรรมการขุดกำลังไปได้สวย

วัฏจักรช่วงขาขึ้น
อ้างอิงข้อมูลจาก ByteTree Bitcoin ที่นักขุดถืออยู่ในช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 30 BTC

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่านักขุดไม่ได้เทขายเหรียญมากกว่าที่พวกเขาขุดได้ ดังนั้นจึงหมายความว่าแรงเทขาย Bitcoin ในตลาดกำลังลดน้อยลง

แรงขายที่ค่อนข้างต่ำจากนักขุดเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ทำให้ BTC สามารถรักษาโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า Bitcoin กำลังฟื้นตัวจากในช่วงครึ่งปีก่อนถึงไตรมาสที่สี่ของปีนี้ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีของภาคการขุด…