Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Tag Archives

Archive of posts published in the tag: Binance

YFI ราคาพุ่ง 18,860 เปอร์เซ็นต์ หลังถูกลิสขึ้น Binance

ราคาพุ่งอย่างหนัก

เหรียญคริปโต YFI ราคาพุ่งอย่างหนัก ภายหลังจากถูกลิสบน เว็ปเทรด มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Binance

เหรียญคริปโตที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของโปรโตคอลการเงินรูปแบบกระจายอิทธิพล ( DeFi) ที่มีชื่อว่า Yearn.Finance มีมูลค่ามากขึ้นกว่า 18,860 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่แมื่อช่วงเวลากลางเดือนก.ค. 2020 โดยมีราคาซื้อขายกันอยู่ที่ราวๆ $ 31.65 ในเวลานั้น

ภายหลังจากการประกาศการผลักดันและสนับสนุนของ Binance มูลค่าของเหรียญ YFI ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากระดับราคา $ 4,495 ไปอยู่ที่ $ 6,941 อ้างอิงข้อมูลที่ได้มาจาก CoinGecko แล้วก็ในขณะเขียนรายงานอยู่นี้ YFI มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 6,318 ดอลลาร์

ราคาพุ่งอย่างหนัก

Binance จะเปิดขายเหรียญ YFI คู่กับสกุลเงินดังต่อไปนี้ : Binance Coin ( BNB) , Bitcoin (BTC) , Binance’s stablecoin (BUSD) และ Tether ( USDT)

ในตอนแรกนาย Andre Cronje ผู้ก่อตั้งโปรเจค Yearn.Finance ตั้งใจที่จะให้ YFI กลายเป็นเหรียญโทเค็นภายการกำกับดูแลที่ “ไร้มูลค่า” อย่างสมบูรณ์

อ้างอิงจากบล็อกโพสต์ที่เผยแพร่เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม นาย Cronje เปิดเผยว่าเขาได้เปิดตัวโทเค็นขึ้นมาเพื่อยกเลิกกลไกการควบคุม , ค่าธรรมเนียมที่สามารถกำหนดได้ , การควบคุมระบบบำรุงรักษาและกฎของระบบต่าง ๆ ใน Yearn.Finance

“ในความพยายามที่จะยกเลิกการควบคุมนี้ (ส่วนใหญ่เป็นเพราะเราขี้เกียจและไม่ต้องการที่จะทำมัน) เราได้เปิดตัว YFI ซึ่งเป็นโทเค็นที่มีอุปทานอยู่ที่ 0 และไร้มูลค่าอย่างสมบูรณ์ มันไม่มีช่วง pre-mine , pre-sale , คุณไม่สามารถซื้อมันได้ , มันไม่ได้อยู่บน Uniswap , มันไม่มีการประมูลราคา และเราไม่ได้ต้องการอะไรกับมันเลย”

“การสร้างรายได้จาก YFI นั้นง่ายมาก ผู้แค่ทำการ Stake เหรียญคริปโตเข้าไปในสัญญา distribution contracts (เราจะจัดเตรียมอินเทอร์เฟซสำหรับสิ่งนี้แล้ว) และคุณก็จะสร้างรายได้ (ควบคุมกำกับดูแล) แบบวันต่อวัน …”…

ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 9,000 ดอลลาร์

ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก

ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในช่วงนี้อย่าง Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเช้านี้ โดยได้พุ่งทะลุระดับแนวต้านสำคัญ

ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก

จากกราฟ TradingView บนเว็บ Bitstamp เผยให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ตั้งแต่ตอนช่วง 7 โมงเช้าในวันนี้ โดยราคานั้นเริ่มไต่ระดับตั้งแต่ที่ 8,945 ดอลลาร์พุ่งไปอยู่ที่ 9,200 ดอลลาร์ตอน 8 โมง และยังสามารถคงตัวอยู่เหนือระดับดังกล่าวได้

ราคาก่อนหน้านี้ของ Bitcoin นั้นได้ดีดมาจากระดับ 7,700 ดอลลาร์พุ่งไปแตะ 9,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ราคานั้นก็ได้มีการย่อตัวลงไปเล็กน้อย ซึ่งเป็นที่คาดการณ์ว่ามีนักลงทุนที่ take profit และเทขายเหรียญที่ระดับราคาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลทำให้ราคานั้นร่วงลงไปแตะ 8689 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2020

ตอนนี้ ดูเหมือนว่าราคานั้นต้องการที่จะพุ่งไปทำ double top แล้ว ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่ามันจะสามารถทำจุดสูงสุดมากกว่า top ตัวแรกที่ 9,485 ดอลลาร์ได้หรือเปล่า

การ halving นั้นกำลังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ โดยในตอนนี้เราเหลือเวลาอีกแค่ 8 วันเท่านั้นก่อนที่ Bitcoin นั้นจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ ยุคที่เหรียญนั้นจะมีความหายากมากขึ้นไปอีก ซึ่งตลาดนั้นก็ดูเหมือนว่าจะมีการตอบรับเป็นอย่างดีมาก

เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่านาง นาง Catherine Coley หรือ CEO ของ Binance ประเทศสหรัฐฯได้ออกมาแสดงความเห็นว่าผลกระทบหลังจากการ halving นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นโดยทันทีทันใด พร้อมกล่าวว่า “มันอาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลยก็ได้ โดยได้ชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างหลังจากการ halving ของเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาที่ราคานั้นต้องใช้เวลาถึง 18 เดือนในการพุ่งขึ้นอย่างมาก

และอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่เรานั้นสามารถที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จากในอดีต เพื่อนำมันไปใช้หาความน่าจะเป็นในอนาคต…

Ethereum เตรียมเจอคู่แข่ง เมื่อ Binance กำลังพัฒนา Smart contract เอง

Ethereum

Ethereum

Ethereum และเมื่อเร็ว ๆ นี้ Binance ได้มีการประกาศว่าบริษัทกำลังเตรียมเปิดตัว Blockchain Smart Contract เป็นของตัวเอง เพื่อขยายระบบนิเวศให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น

Binance Smart Chain ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานควบคู่ไปกับ Binance Chain เดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับเว็ปเทรด Binance

ซึ่งตัวใหม่นี้จะมีฟังก์ชั่นด้านเทคนิคและธุรกิจในตัวของมันเองที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานต่อไปได้ แม้ว่า Binance Chain จะหยุดทำงานลงในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

white paper ล่าสุดที่ระบุว่า Binance Smart Chain blockchain จะสามารถเข้ากันได้ Ethereum blockchain เพื่อขยายระบบนิเวศ blockchain และอนุญาตให้สามารถทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นแบบกระจายอำนาจ (dApp) ด้วยต้นทุนในการทำธุรกรรมน้อยที่สุดหรืออาจจะเท่ากับศูนย์

“เพื่อใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นและชุมชนที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ BSC [Binance Smart Chain] จะเลือกที่ทำงานร่วมกับเครือข่าย mainnet ที่มีอยู่เดิม”

Smart Contract Layer ของ Binance จะรวมเข้ากับระบบ proof-of-stake และ proof-of-authority ของ EOS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทีมพัฒนากล่าวว่ามันมีคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ อาทิเช่น smart contract , Binance Coin ( BNB) staking , แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส , การเข้ากันได้กับเครือข่าย Ethe-reum , เวลาที่รวดเร็วในการสร้างบล็อก (Block time) และต้นทุนในการทำธุรกรรมที่ต่ำ

นักวิจัยของ Messari นาย Wilson Withiam กล่าวว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่นั้นเป็นความท้าทายโดยตรงสำหรับ

“การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย BSC จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ เช่นเดียวกันกับ EOS ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคทางการเงินที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด”

“แต่เงินก็ไม่สามารถเอาชนะทุกอย่างได้เสมอไป ดังนั้นในระยะสั้น BSC จะเป็นภัยคุกคามต่อ ETH เช่นเดียวกับ ‘ETH Killer’ ตัวอื่น ๆ ”

Chain ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโทเค็น BNB ของ Binance ที่เพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนเผาเหรียญทิ้งประจำครั้งที่ 11 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการเผาเหรียญทิ้งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,373,988 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด $ 52,466,000

นาย Changpeng Zhao ‘CZ’ CEO ของ Binance กล่าวยืนยันว่า บริษัทกำลังทำกำไรมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เนื่องจากวอลุ่มการซื้อขายที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์…

บัตรเดบิต Bitcoin ของ Binance กำลังใกล้เข้ามาแล้ว CEO เปิดเผยจะมาทำให้การใช้จ่ายง่ายมากยิ่งกว่าเดิม

Bitcoin

CEO ของ Binance นาย Changpeng Zhao (CZ) ได้ออกมาเผยถึงรายละเอียดของบัตรเดบิต Cryptocurrency ของพวกเขาที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ในงานประชุม Blockdown ในวันนี้ แต่ว่าเขานั้นก็ยังเปิดเผยให้มองเห็นถึงปัญหาในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกด้วย แล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงวันเปิดตัวที่แน่ชัด Bitcoin

บัตรเดบิตของ Binance แก้ปัญหาใหญ่ ๆ สองอย่าง
ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่าทาง Binance นั้นได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนการในการสร้างบัตรเดบิตคริปโตที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าได้ทั่วโลก โดยบัตรนั้นจะทำการหักจำนวนเหรียญคริปโตในบัญชีให้โดยอัตโนมัติ

นาย CZ กล่าวว่าผลิตภัณฑ์นี้จะมีข้อได้เปรียบถึงสองข้อ ข้อแรกก็คือมันสามารถที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านความกลัวของร้านค้าที่มีต่อเหรียญ Cryptocurrency และไม่ยอมรับมันเป็นช่องทางในการใช้จ่าย

“ด้วยการที่คุณสามารถรูดบัตรเครดิตและใช้จ่ายเป็นคริปโตได้นั้นมันจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้” เขากล่าว “ร้านค้านั้นก็จะทำการรับเหรียญคริปโตโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ซึ่งนี่ถือเป็นการแก้ปัญหาไก่กับไข่อย่างแท้จริง”

ข้อได้เปรียบข้อที่สองก็คือ มันจะทำให้ผู้คนสามารถถือเหรียญคริปโตไว้ได้ในขณะที่ทำการซื้อขาย ทำให้พวกเขานั้นไม่จำเป็นต้องไปทำการเทขาย และถอนเป็นเงินสดออกมาซื้อสินค้าอีกต่อไป

“ในตอนนี้คุณสามารถที่จะทำการจ่ายเป็นเหรียญคริปโตได้โดยตรง คุณไม่จำเป็นที่จะต้องทำการแปลงเงิน คุณไม่จำเป็นที่จะต้องกำเงินสด ระบบจะทำการแปลงเงินให้เมื่อคุณต้องการที่จะจ่ายมัน”

ปัญหาในด้านการติดตั้ง
นาย CZ นั้นยังได้อธิบายถึงปัญหาที่ทางเว็บเทรดนั้นกำลังเจอในการติดตั้งระบบบัตรเดบิตดังกล่าว หลัก ๆ นั้นเป็นเพราะว่ามันจะต้องทำการเข้าไปติดตั้งระบบในแต่ละประเทศแยกกันต่างหาก ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องเจอกกับกฎหมายและข้อห้ามในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป ในตอนแรกที่ Binance ทำการประกาศเปิดตัวบัตรของพวกเขานั้น Binance เอ่ยว่าพวกเขาจะทำการเปิดตัวในประเทศมาเลเซียและเวียดนามก่อน

“มันอาจจะไม่ถูกเปิดตัว มันอาจจะใช้งานไม่ได้เลยก็ได้ ค่าธรรมเนียมอาจจะสูงมากเกินไป และอื่น ๆ อีกมากมาย เนื่องจากว่าบัตรดังกล่าวนั้นยังต้องมีระบบจัดการเป็นประเทศ ๆ ไป ซึ่งมันยังมีความเสี่ยงอยู่อีกมาก” กล่าวโดยนาย CZ “คุณจำเป็นที่จะต้องมีผู้ช่วยออกบัตรในแต่ละประเทศที่คอยช่วยเหลือคุณ คุณจะต้องทำการตรวจสอบความเสี่ยงมากมาย…แต่มันก็มีเหตุผล”

จุดที่น่าสนใจก็คือ ก่อนหน้านี้เมื่อทาง Binance เปิดตัวบัตรของพวกเขานั้น รูปภาพตัวอย่างบัตรบนเว็บไซต์นั้นมีคำว่า Visa แปะอยู่ ซึ่งบ่งบอกว่า Visa นั้นอาจจะมาเป็นผู้ช่วยในการประมวลผลธุรกรรมให้ และโฆษณาว่ามันจะสามารถถูกนำไปรูดซื้อสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ Visa ได้ทั่วโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ดูเหมือนว่า logo ของ Visa นั้นจะถูกเอาออกจากตัวอย่างบัตรบนเว็บไซต์แล้ว ซึ่งในขณะนี้นาย CZ ก็ยังไม่ได้ออกมาอธิบายถึงสาเหตุว่าทำไม…

เว็บเทรด Bitcoin ระดับโลก Binance บริจาคเงิน 45 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัส Corona

ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัส

บริจาคเงิน 45 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัส Corona

ในขณะนี้เชื้อไวรัสโคโรนายังคงแพร่กระจายไปทั่วเมืองอู่ฮั่น โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 2,000 รายและมีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงถึง 56 รายแล้วในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้ออกมากล่าวว่า “มันเร็วเกินไปที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินสำหรับเรื่องการแพร่ระบาดของโรค ท่ามกลางความกังวลของแต่ละประเทศ”

Binance บริจาคเงิน 45 ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัส Corona

สำหรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบนี้ มีชื่อสายพันธุ์ว่า 2019nCoV (ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ชื่อเรียกของสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ) ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมีงูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ นอกจากนี้รายงานยังระบุด้วยว่าไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดในอู่ฮั่นและเมืองใกล้เคียง ส่งผลทำให้หน้ากากอนามัยขาดตลาดในประเทศจีนและทำให้หน่วยงานของรัฐบาลจีนออกมาประกาศควบคุมราคาแล้ว

ในขณะเดียวกันทางด้านของเว็ปเทรดคริปโตเบอร์หนึ่งของโลก Binance นาย Changpeng Zhao [ CZ ] CEO ของเว็ปเทรดก็ได้ออกมาบริจาค “เงินกว่า 10 ล้าน RMB หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท (1.5 ล้านดอลลาร์) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเชื้อไวรัส” ด้วยการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของ Binance มันจะเป็นครั้งแรกที่ชุมชนคริปโตเคอเรนซี่ได้ส่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ ‘เชื้อไวรัสโคโรนา.

ล้านบาทช่วยเหลือผู้ป่วยไวรัส

นอกจากนี้ CZ ยังกล่าวด้วยว่า “เราไม่ได้มีประกาศข้อมูลใด ๆ ในช่วงนี้ เนื่องจากทีมงานของ BCF / Binance ยังคงยุ่งอยู่กับการจัดระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่ผู้ประสบภัย”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ Binance ที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้องค์กรการกุศลของบริษัท ‘Binance Charity’ เพิ่งได้บริจาคเงินกว่า 30 ล้านบาทในเหรียญคริปโต BNB ให้กับโครงการ ‘Australia Bushfire Donations’ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติในประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้พวกเขายังได้บริจาคเงินกว่า 30 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในญี่ปุ่นเมื่อช่วงเดือนกรกฏาคม 2019 อีกด้วย…

Binance เร่งพัฒนาเว็บเทรด Bitcoin ที่รองรับเงินบาท และสกุลอื่น ๆ ทั่วโลก

เร่งพัฒนาเว็บเทรด

ก่อนหน้านี่ทางสยามบล็อกเชนได้มีการรายงานไปแล้วว่านาย Changpeng Zhao CEO ของ Binance กำลังได้มีการดำเนินงานหลายอย่างในระบบนิเวศของเขาอาทิเช่น การเปิดตัว Binance.US และ การเข้าซื้อกิจการกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตของอินเดีย ‘WazirX’ รวมถึงการรองรับสกุลเงินทั่วโลกมากถึง 180 สกุลเงิน โดยล่าสุดนาย Gin Chao ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Binance ก็ได้ออกมาเปิดเผยเนื้อหาเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของแพลตฟอร์มที่จะแพร่ขยายไปยังประเทศต่างๆ

เร่งพัฒนาเว็บเทรด Bitcoin ที่รองรับเงินบาท และสกุลอื่น ๆ ทั่วโลก

เร่งพัฒนาเว็บเทรด

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้นาย Chao อ้างว่า Binance ยังไม่มีแผนการขยายตัวที่ “ชัดเจน” แต่อีกนัยหนึ่งเขาอ้างว่า Binance กำลังมองดูประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในขณะที่ประเมินความสามารถของพวกเขาไปพร้อม ๆ กัน :

“เราพยายามที่เก็บรักษารายชื่อของแต่ละประเทศเอาไว้ โดยแบ่งลำดับตามความสำคัญของประเทศนั้น ๆ เราคำนึงถึงเรื่องกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่และประชากรในท้องถิ่นที่มีความต้องการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกับเรา”

หลังจากที่ทางแพลตฟอร์มได้บอกใบ้เป็นนัย ๆ แล้วว่าจะมีการแพร่ขยายไปยังตลาดออสเตรเลีย นาย Chao ก็ได้ถูกถามคำถามว่า Binance มีแผนที่จะแพร่ขยายไปยังประเทศฝรั่งเศสหรือไม่ ซึ่งนาย Chao ก็ยืนยันว่ายังไม่มีแผนอย่าง “เป็นทางการ” สำหรับตอนนี้ แต่เขาได้เปิดเผยสาเหตุที่บ่งบอกว่าผู้ใช้งานในยุโรปตะวันตกนั้นไม่เพียงการต่อความต้องการต่อแพลตฟอร์มเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ในขณะเดียวกันเขาก็ชี้ให้เห็นว่าความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกันออกไป

“ยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดการเงินที่มีความซับซ้อนอย่างมาก ซึ่งนี่ไม่ใช่ประเทศที่จำเป็นต้องมี คริปโตเคอเรนซี่สำหรับการโอนเงินหรือเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ”

ในขณะที่โลกตะวันตกกำลังมองหาคริปโตเคอเรนซี่เพื่อการลงทุนหรือเพื่อการซื้อขาย หลายประเทศในอเมริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มองว่าคริปโตเคอเรนซี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศของพวกเขา

ตามคำพูดของนาย Chao ที่ระบุว่าฟีเจอร์อย่างเช่นการ staking ซึ่งได้ให้ความสนใจแก่ผู้ใช้เพียงแค่ถือครองคริปโตนั้นจะไม่สามารถใช้ได้ผลในระยะยาว แม้ว่าสิ่งนี้อาจทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจในการฝากเงินก็ตาม แต่ฟีเจอร์นี้อาจทำให้ผู้ใช้บางคนเลือกที่หันหลังออกไป นาย Chao กล่าวต่อว่า :

“สำหรับผมนี่หมายความว่าคริปโตเคอเรนซี่จะสามารถแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์กับ ผลิตภัณฑ์ของธนาคารในปัจจุบัน (Livret A, ประกันชีวิต ฯลฯ )”

Binance ได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาและหลายคนเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้กำลังวางแผนที่จะเปิดเหมืองขุดคริปโตหรือสิ่งที่มีความสำคัญอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม Binance ได้ถูกกล่าวหาว่าพวกเขายังคงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา fiat to crypto โดยนาย Chao กล่าวเสริมด้วยว่าตลาดคริปโตยังเพึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น :

“เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลกมาสู่ คริปโตเคอเรนซี่ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นง่าย ๆ เพื่อให้พวกเขาเปลี่ยนเงินสดไปเป็นคริปโต”