Suspendisse Efficitur Fringilla
Felis non dui efficitur suscipit. Nulla gravida dolor quis tellus mattis, vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem.
Commodo Cursus Odio
Morbi lectus mi, molestie et blandit ut, finibus a est. Nullam at ligula in urna mollis dictum. Nullam aliquam pulvinar.
Vestibulum Vitae Dictum
Etiam eu sem pretium, sodales nulla in, elementum lacus. Vestibulum vitae elit dictum, pellentesque massa sed.
Nullam Aliquam Pulvinar
Tellus mattis vel viverra risus tincidunt. Quisque in luctus lorem ut finibus a est molestie et blandit vitae elit dictum.

Tag Archives

Archive of posts published in the tag: Ethereum

Uniswap ได้แซงหน้า Tether ในเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมบน Ethereum

จ่ายค่าธรรมเนียม

อัตราการ จ่ายค่าธรรมเนียม บนเครือข่ายของ Ethereum ของเว็บไซต์บอร์ดซื้อขายคริปโตแบบ Decentralized มีชื่อเสียงที่ชื่อว่า Uniswap ได้แซงหน้าเหรียญ USDT แล้ว นำมาซึ่งการทำให้มันขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 โดยทันที

โดยอ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาจาก EthGasStation ที่ได้มีการเปิดเผยว่า Uniswap ได้แซงหน้า Tether ไปแล้ว โดยได้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมรวมกันทั้งหมดที่ 6.99 ล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา หรือคิดเป็นเงินราวๆ 220.53 ล้านบาท ในเวลาเดียวกันเครือข่าย USDT มีการจ่ายค่าธรรมเนียมไปแค่เพียงราวๆ 6.39 ล้านดอลลาร์ ด้อยกว่าเพียงแค่ 600,000 ดอลลาร์เท่านั้น

เดี๋ยวนี้เว็บไซต์บอร์ดจำหน่าย Uniswap ให้บริการด้านบอร์ดเทรดคริปโตแบบ decentralized ด้วยการนำเอาระบบ automated market maker (AMM) และก็ liquidity pool มาใช้

ซึ่งจะต่างจากระบบ order book ที่เว็บไซต์บอร์ดเทรดคริปโตทั่วๆไปใช้ โดยผู้เข้ามาเทรดนั้นจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมราวๆ 0.3 เปอร์เซ็นต์ต่อ 1 คำสั่ง แล้วก็จากนั้นก็จะถูกนำไปหารให้กับผู้ให้บริการด้านสภาพคล่องอื่นๆ

ความนิยมชมชอบสำหรับในการซื้อขายแบบ decentralized ส่งผลทำให้ Uniswap ขึ้นแท่น 10 อันดับแรกของเว็บไซต์ที่จ่ายค่าธรรมเนียมสูงสุดในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านี้ Uniswap ยังเป็นผู้นำด้าน volume ในหมู่เว็บไซต์เทรดแบบ Decentralized อีกด้วย

โดยอ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาจากบริษัท Dune Analytics ได้มีการเปิดเผยว่าปัจจุบันนี้ Uniswap ได้มีส่วนแบ่ง volume การซื้อขายอยู่ที่ 55.4 เปอร์เซ็นต์ของ DEX ทั้งหมด ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ในขณะ Curve อยู่อันดับ 2 ที่ 16.4 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านี้ Uniswap ยังมีนักลงทุนที่เข้ามาใช้บริการแบบไม่ซ้ำหน้ากันถึง 70,000 รายอีกด้วย

เว็บไซต์บอร์ดเทรดคริปโตแบบ decentralized แล้วก็โปรโตคอล DeFi ดูเหมือนกับว่าจะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเนื่องมาจากวิธีการทำ liquidity farming ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดย Dune รายงานในช่วง 30 วันที่ผ่านมาว่า volume บนตลาด decentralized exchange ได้มากขึ้นไปแตะ 9.2 พันล้านดอลลาร์ โดยมีโปรเจคจำนวนมากที่กำลังรันอยู่บนเครือข่ายของ Ethereum

จ่ายค่าธรรมเนียม

เหรียญ Uniswap จ่ายค่า gas ไปแล้วกว่า 6.99 ล้านดอลลาร์

ethgasstation

ข้อมูลล่าสุดจากเว็บ EthGasStation ได้ทำให้เห็นว่ามีนักเทรดเหรียญคริปโตบนเว็บไซต์บอร์ดซื้อขายเหรียญแบบ decentralized ที่ชื่อว่า Uniswap ขี่ได้จ่ายค่า gas หรือค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายของ Ethereum ไปแล้วราวๆ 17,700 ETH หรือคิดเป็นราวๆเกือบ 220 ล้านบาท (6.99 ล้านดอลลาร์) โดยเป็นที่เข้าใจดีว่าเว็บเพจดังกล่าวนั้นไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่มีคนไหนมาคุมฉะนั้นคนที่ต้องการจะทำธุรกรรมจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเครือข่ายในการส่งคำสั่งซื้อขาย

โดยเหรียญที่ผู้คนใช้ทำธุรกรรมมากมายเป็นอันดับสองซึ่งก็คือเหรียญ Tether ( USDT) ที่มีผู้คนได้ทำการรวมตัวเลขแล้วอยู่ที่ราวๆ 6.39 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เหรียญที่ได้รับความนิยมอย่าง ChainLink อยู่ที่อันดับ 8

เว็บไซต์เทรด Uniswap ดูเหมือนจะก่อให้ผู้คนทั่วทั้งโลกนั้นมีความตื่นเต้นเป็นอย่างมากในตอนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เมื่อมีผู้เข้าร่วมในตลาดคริปโตกำลังต้องการแห่ที่จะเข้ามาซื้อเหรียญ Altcoin จำนวนมาก แต่เว็บไซต์ดังกล่าวก็ได้ประสบปัญหาการมาของเหรียญคริปโตปลอม ที่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด เนื่องจากว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์แบบ decentralized ก็เลยมีผลทำให้มันไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปควบคุมได้ รวมทั้งนักเทรดก็เลยต้องระวังตัวคุ้นเคย

อย่างไรก็ดีเว็บไซต์เทรด Uniswap นั้นมีส่วนช่วยสำหรับในการทำให้ตลาด decentralized finance ( DeFi) มีการบูมเป็นอย่างมากในปี 2020 นี้ โดยเราได้มองเห็นเหรียญบนเครือข่ายโปรโตคอล DeFi จำนวนมากที่ราคาแพงมากขึ้นสูงอย่างหนักคล้ายกับของ ICO เมื่อปี 2017 แล้วก็โน่นก็เลยเป็นสาเหตุของการกุ้งขึ้นของค่าธรรมเนียม Ethereum และก็รวมทั้งอาการติดขัดบนเครือข่ายอีกด้วย

แม้กระนั้นด้วยการมาของ Ethereum 2.0 ที่คาดการณ์ว่าน่าจะมาถึงเร็วๆนี้บางทีอาจจะมาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของค่าธรรมเนียมที่แพงรวมทั้งการติดขัดของเครือข่ายดังกล่าวเนื่องจากมันเป็นการเปลี่ยนแปลง algorithm สำหรับเพื่อการยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายจาก proof of work ให้เปลี่ยนไปเป็น proof of stake…

เหรียญ OmiseGO ราคาพุ่งขึ้นกว่า 110%

Coinmarketcap

อ้างอิงข้อมูลราคาจาก Coinmarketcap ชี้ให้เห็นว่าโทเค็น OMG มากขึ้นกว่า 307.9% จาก 1 ดอลลาณ์มาเป็น 9.8 ดอลลาร์ในตอนเจ็ดวันที่ผ่านมา แล้วก็มีราคาพุ่งขึ้นกว่า 110% ใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบนเว็ปเทรด Bitkub

Coinmarketcap

การเพิ่มขึ้นของราคาในคราวนี้ ยังคงแสดงให้เห็นว่ามูลค่าตลาดโดยรวมของ OMG นั่นมีมูลค่ามากขึ้นเกือบจะ 4 เท่า นับตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว

Coinmarketcap

ซึ่งถ้าหากเราเทียบกับมูลค่าจากจุดต่ำสุดสุดตลอดกาลของ OMG ในปี 2017 มาจวบจนกระทั่งบัดนี้ มูลค่าที่มากขึ้นนั่นคิดเป็นเกือบจะ 20 เท่าอย่างยิ่งจริงๆ จากระดับราคา $ 0.319695 อ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาจาก Coinmarketcap

การเพิ่มขึ้นอย่างหนักของราคาในคราวนี้เกิดขึ้น หลังจากที่ Tether ประกาศหันมาใช้ Blockchain ของ OMG Network หลังค่าธรรมเนียมบน Ethereum พุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยการผสมผสานระหว่างเครือข่ายของ Tether แล้วก็ OMG Network จะช่วยลดระยะเวลาในการยืนยันแนวทางการทำธุรกรรมลง และก็นำมาซึ่งการทำให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมได้เร็วมากเพิ่มขึ้น Tether Inc. กล่าวในโพสต์บล็อกเมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา…

ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังร่วงไป 2 วันก่อน

ค่าธรรมเนียม

ราคาของ bitcoin นั้นดูเหมือนกับว่าจะมีการปรับตัวขึ้นมานิดหน่อยหลังจากที่หล่นลงไปอย่างรุนแรงเมื่อตอนช่วง 2 วันที่ผ่านมา ในเวลาเดียวกัน ค่าธรรมเนียม บนเครือข่ายของเหรียญ Ethereum ยังคงพุ่งสูงมากขึ้นเป็นอย่างมากและก็ก่อให้เกิดปัญหาให้กับนักเทรดที่ต้องการจะโอนเหรียญไปๆมาๆ

ปัจจุบันราคาของ bitcoin อยู่ที่ราวๆ 11,590 ดอลลาร์ โดยมากขึ้นมาราวๆ 0.24 เปอร์เซ็นต์จาก 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยขณะนี้มีระยะของราคาอยู่ที่ราวๆ 111,44-11,608 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก TradingView ของ Bitstamp

ดูราวกับว่าราคาของ bitcoin นั้นจะมีการฟื้นตัวในวันนี้จากจุดต่ำสุดในรอบสัปดาห์ของเมื่อวานซืนที่ระดับ 11,130 ดอลลาร์
นักลงทุนมืออาชีพ Constantin Kogan จากบริษัท BitBull Capital ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตลาดของ bitcoin จะยังคงเกิดการ sideway ไปสักระยะหนึ่ง

“หากนักขายสามารถควบคุมตลาดไม่ได้เราอาจจะได้เห็นราคาของ bitcoin ร่วงลงไปอยู่ที่ 11,390 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามมันมีโอกาสที่ตลาดนั้นสามารถทำลายแนวต้านได้ที่ 12,000 ดอลลาร์ และขึ้นไปแตะ 12,300 ดอลลาร์ได้”

ตลาด bitcoin จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นคงจะไม่มีใครรู้แต่ที่แน่ๆก็คือมันมีโอกาสจะขึ้นอยู่กับผู้เล่นตัวใหญ่ๆที่สำคัญในตลาดอย่างเช่นนักลงทุนสถาบัน ที่น่าสนใจก็คือนาย Kogan กล่าวเสริมอีกว่า “ราคา bitcoin อาจจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับตอนช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ก่อนถึงปี 2017” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ในครั้งนี้นักลงทุนสถาบันถือเป็นผู้เล่น LINE สำคัญในตลาด”

volume การซื้อขายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมดูเหมือนว่าจะทำให้ราคาในตลาดมีความผันผวนมากขึ้นกล่าวโดยนาย Rupert Douglas ผู้บริหารในบริษัทโบรกเกอร์ Koine โดยหลักๆเขาชี้ว่านักลงทุนชอบความผันผวนและ volume ที่สูงทำให้พวกเขาสามารถทำกำไรในตลาดได้อย่างง่ายๆ

ในขณะเดียวกันเหรียญ Ethereum เหรียญที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ดูเหมือนว่าจะมีราคาที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ด้วยเช่นกัน โดยได้อยู่ที่ประมาณ 388 ดอลลาร์

ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยบนเครือข่ายของ Ethereum สำหรับการทำธุรกรรมรวมถึงบนเครือข่าย decentralized finance ( DeFi) ดูเหมือนว่าจะพุ่งขึ้นสูงอย่างมากโดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.009255 ETH ซึ่งมากกว่า 3.60 ดอลลาร์ในช่วงรอบ 5 ปีตั้งแต่ถูกเปิดตัวขึ้นมา โดยหากลองดูที่กราฟของ Blockchair ด้านล่างจะค้นพบว่าค่าธรรมเนียมของมันพุ่งทะลุกราฟขึ้นไปอีก

ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า gas กำลังสร้างความปวดหัวให้กับนักเทรดเนื่องจากว่าพวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีการโอนเหรียญไปมาเพื่อจุดประสงค์ร้ายอย่างโดยหนึ่งในนั้นก็คือการทำ arbitrage

ปัจจุบันเหรียญ Ethereum กำลังใช้ algorithm ที่เรียกว่า Proof of work และกำลังจะเปลี่ยนไปเป็น proof of stake ในเร็วๆนี้…

Grayscale เผยการลงทุนมูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ไหลเข้าสู่ Bitcoin

กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้จัดการ กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล Grayscale กล่าวมาว่า เงินทุนของพวกเขาได้หลั่งไหลไปสู่ Bitcoin (BTC) และก็ทรัพย์สินคริปโตตัวอื่นๆโดยมีมูลค่ามากถึง 905.8 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ซึ่งนั่นทำให้เงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้นไปเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ในตอนครึ่งแรกของปี

สำหรับรายงานด้านการลงทุนทรัพย์สินดิจิทัลล่าสุด บริษัทกล่าวว่า 84% ของการลงทุนมาจากนักลงทุนระดับสถาบัน ซึ่งโดยมากนั่นเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยง

“นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กระแสเงินหลั่งไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ของ Grayscale ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาที่พุ่งแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยั่งยืนสำหรับการเปิดรับสินทรัพย์ดิจิตอล แม้จะมีเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเข้ามาก็ตาม”

บริษัทกล่าวว่า Grayscale Bitcoin Trust ยังคงเป็นผู้นำในด้านสิ่งที่จำเป็นสำหรับในการลงทุน โดยมีกระแสการเงินทุนหลั่งไหลเข้ามากว่า 751.1 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาสที่แล้ว ซึ่งไตรมาสที่ 2 ของ 2020 กลายเป็นไตรมาสที่ทำลายสถิติการลงทุนในผลิตภัณฑ์มากที่สุดต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่สี่

บริษัทกล่าวว่า ภายหลังที่ Bitcoin มีการ Halving ในพฤษภาคม2020 กระแสการเงินไหลไปสู่ Grayscale Bitcoin Trust ก็เพิ่มสูงมากขึ้นกว่าจำนวน BTC ที่ขุดได้ใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน

ยิ่งกว่านั้น Grayscale ยังกล่าวเพิ่มเพราะว่า กองทุนคริปโตอื่นๆกำลังจะได้รับแรงกระตุ้นนี้เหมือนกัน : The Grayscale Ethereum Trust มีกระแสการเงินไหลเข้าอยู่ที่ 135.2 ล้านดอลลาร์ในตอนไตรมาส 2 ซึ่งคิดเป็นแทบ 15% ของกระแสการเงินทุนไหลเข้าทั้งหมด , The Grayscale Litecoin Trust ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ รวมทั้ง Grayscale Bitcoin Cash Trust ได้มองเห็นกระแสเงินไหลเข้าครั้งใหญ่ที่สุดนับจากช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2018…

Ethereum เตรียมเจอคู่แข่ง เมื่อ Binance กำลังพัฒนา Smart contract เอง

Ethereum

Ethereum

Ethereum และเมื่อเร็ว ๆ นี้ Binance ได้มีการประกาศว่าบริษัทกำลังเตรียมเปิดตัว Blockchain Smart Contract เป็นของตัวเอง เพื่อขยายระบบนิเวศให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น

Binance Smart Chain ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานควบคู่ไปกับ Binance Chain เดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับเว็ปเทรด Binance

ซึ่งตัวใหม่นี้จะมีฟังก์ชั่นด้านเทคนิคและธุรกิจในตัวของมันเองที่ช่วยให้ระบบสามารถทำงานต่อไปได้ แม้ว่า Binance Chain จะหยุดทำงานลงในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

white paper ล่าสุดที่ระบุว่า Binance Smart Chain blockchain จะสามารถเข้ากันได้ Ethereum blockchain เพื่อขยายระบบนิเวศ blockchain และอนุญาตให้สามารถทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นแบบกระจายอำนาจ (dApp) ด้วยต้นทุนในการทำธุรกรรมน้อยที่สุดหรืออาจจะเท่ากับศูนย์

“เพื่อใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นและชุมชนที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ BSC [Binance Smart Chain] จะเลือกที่ทำงานร่วมกับเครือข่าย mainnet ที่มีอยู่เดิม”

Smart Contract Layer ของ Binance จะรวมเข้ากับระบบ proof-of-stake และ proof-of-authority ของ EOS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทีมพัฒนากล่าวว่ามันมีคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ อาทิเช่น smart contract , Binance Coin ( BNB) staking , แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส , การเข้ากันได้กับเครือข่าย Ethe-reum , เวลาที่รวดเร็วในการสร้างบล็อก (Block time) และต้นทุนในการทำธุรกรรมที่ต่ำ

นักวิจัยของ Messari นาย Wilson Withiam กล่าวว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่นั้นเป็นความท้าทายโดยตรงสำหรับ

“การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย BSC จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ เช่นเดียวกันกับ EOS ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจคทางการเงินที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด”

“แต่เงินก็ไม่สามารถเอาชนะทุกอย่างได้เสมอไป ดังนั้นในระยะสั้น BSC จะเป็นภัยคุกคามต่อ ETH เช่นเดียวกับ ‘ETH Killer’ ตัวอื่น ๆ ”

Chain ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับโทเค็น BNB ของ Binance ที่เพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนเผาเหรียญทิ้งประจำครั้งที่ 11 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการเผาเหรียญทิ้งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,373,988 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด $ 52,466,000

นาย Changpeng Zhao ‘CZ’ CEO ของ Binance กล่าวยืนยันว่า บริษัทกำลังทำกำไรมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เนื่องจากวอลุ่มการซื้อขายที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์…

อัตราความเหลื่อมล้ำของผู้ถือ Bitcoin ลดลง แต่ของ Ethereum กลับมากขึ้น

อัตราความเหลื่อมล้ำของ

อัตราความเหลื่อมล้ำของผู้ถือ Bitcoin ลดลง 

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่ติดตามและสนใจในคริปโตเคอเรนซี่ทั้งหลายจะต้องถือเหรียญบางอย่างอยู่ไม่มากก็น้อย หรือมีการเข้าซื้อขายตลอดทั้งปีตามแต่แนวทางของตัวเอง

ซึ่งแน่นอนว่าในตลาดก็ย่อมมีเหล่าวาฬหรือผู้ที่ถือครองเหรียญเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญที่ทุกคนในโลกใบนี้ที่ไม่ได้มีแต่คนที่สนใจคริปโตเคอเรนซี่เท่านั้นที่รู้จักนั้นก็คือ Bitcoin

อัตราความเหลื่อมล้ำของผู้ถือ Bitcoin ลดลง

โดยช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา Bitcoin มักกระจุกตัวและถูกซื้อไปโดยเหล่าวาฬที่พร้อมจะช้อนมันตลอดเวลา ทำให้ค่าความเท่าเทียมกันของความมั่งคั่งใน Bitcoin มีอยู่สูงมาก (Bitcoin’s wealth inequality)

แต่ทว่าดูเหมือนตลอดทั้งปี 2019 ที่ผ่านมาค่าดังกล่าวของ Bitcoin จะมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Altcoin ตัวอื่น ๆ ในตลาดคริปโตเคอเรนซี่อย่างเช่น Ethereum และ Litecoin ยังค่อนข้างมีประมาณที่เท่าเดิม

โดยจากการวิจัยโดย Clovr ซึ่งได้มีการตรวจสอบการถือครองเหรียญต่าง ๆ ของเหล่าวาฬนักลงทุนว่ามี Cryptoassests ในตอนนี้ต่างเริ่มมีการกระจายตัวไปตามกระเป๋าเงินของคนอื่นมากขึ้นใน Bitcoin สำหรับปี 2019 ซึ่งมีมากถึง 140,000 บัญชีที่ไม่ได้เป็นของ Exchage จาก 4 เหรียญสำคัญในคริปโตเคอเรนซี่ และ Top 100 ของ Ethereum

นอกจากนี้ Clovr ยังค้นพบอีกว่าในบางเหรียญมีผู้ถืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ถือเหรียญจำนวนมากไว่ ซึ่งเขามองว่ามันเป็น ‘ความน้อยที่น่าประหลาดใจ’ ซึ่งจากรายงานยังได้บอกอีกว่าบรรดา Exchage จะทำการถอดเหรียญคริปโตเคอเรนซี่จำพวกดังกล่าวทิ้งอันเนื่องมาจากอาจเกิดการร่วมมือกันขึ้นมาเพื่อควบคุมราคาและเป็นอันตรายได้

โดยพวกเขาอ้างว่าเหล่าวาฬบางตัวมีความรวยจนมากเกินไป จนกลุ่มเล็ก ๆ อาจจะสามารถร่วมมือกันเพื่อเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในสกุลเงินและอาจจะตั้งใจทำสิ่งที่เรียกว่า 51% attack กับเหรียญดังกล่าวได้จริง นทางทฤษฎีองค์กรต่าง ๆ

By Tanatorn Vaskulธ.ค. 21, 2019
อัตราความเหลื่อมล้ำของผู้ถือ Bitcoin ลดลง แต่ของ Ethereum กลับมากขึ้น ข่าวคริปโตเคอเรนซี่204 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่ติดตามและสนใจในคริปโตเคอเรนซี่ทั้งหลายจะต้องถือเหรียญบางอย่างอยู่ไม่มากก็น้อย หรือมีการเข้าซื้อขายตลอดทั้งปีตามแต่แนวทางของตัวเอง

ซึ่งแน่นอนว่าในตลาดก็ย่อมมีเหล่าวาฬหรือผู้ที่ถือครองเหรียญเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญที่ทุกคนในโลกใบนี้ที่ไม่ได้มีแต่คนที่สนใจคริปโตเคอเรนซี่เท่านั้นที่รู้จักนั้นก็คือ Bitcoin

โดยช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา Bitcoin มักกระจุกตัวและถูกซื้อไปโดยเหล่าวาฬที่พร้อมจะช้อนมันตลอดเวลา ทำให้ค่าความเท่าเทียมกันของความมั่งคั่งใน Bitcoin มีอยู่สูงมาก (Bitcoin’s wealth inequality)

แต่ทว่าดูเหมือนตลอดทั้งปี 2019 ที่ผ่านมาค่าดังกล่าวของ Bitcoin จะมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Altcoin ตัวอื่น ๆ ในตลาดคริปโตเคอเรนซี่อย่างเช่น Ethereum และ Litecoin ยังค่อนข้างมีประมาณที่เท่าเดิม

โดยจากการวิจัยโดย Clovr ซึ่งได้มีการตรวจสอบการถือครองเหรียญต่าง ๆ ของเหล่าวาฬนักลงทุนว่ามี Cryptoassests ในตอนนี้ต่างเริ่มมีการกระจายตัวไปตามกระเป๋าเงินของคนอื่นมากขึ้นใน Bitcoin สำหรับปี 2019 ซึ่งมีมากถึง 140,000 บัญชีที่ไม่ได้เป็นของ Exchage จาก 4 เหรียญสำคัญในคริปโตเคอเรนซี่ และ Top 100 ของ Ethereum

นอกจากนี้ Clovr ยังค้นพบอีกว่าในบางเหรียญมีผู้ถืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ถือเหรียญจำนวนมากไว่ ซึ่งเขามองว่ามันเป็น ‘ความน้อยที่น่าประหลาดใจ’ ซึ่งจากรายงานยังได้บอกอีกว่าบรรดา Exchage จะทำการถอดเหรียญคริปโตเคอเรนซี่จำพวกดังกล่าวทิ้งอันเนื่องมาจากอาจเกิดการร่วมมือกันขึ้นมาเพื่อควบคุมราคาและเป็นอันตรายได้

โดยพวกเขาอ้างว่าเหล่าวาฬบางตัวมีความรวยจนมากเกินไป จนกลุ่มเล็ก ๆ อาจจะสามารถร่วมมือกันเพื่อเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในสกุลเงินและอาจจะตั้งใจทำสิ่งที่เรียกว่า 51% attack กับเหรียญดังกล่าวได้จริง นทางทฤษฎีองค์กรต่าง ๆ

เช่นรัฐบาลจีนสามารถโจมตี Bitcoin ได้ 51% แม้ว่ามันจะไม่น่าเป็นไปได้สูง แต่สกุลเงินขนาดเล็กมีความเสี่ยงมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับ Bitcoin Gold เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

มาดูทางด้านของ Litecoin กันบ้างพวกเขามีความมั่งคั่งที่แตกต่างกันมากที่สุดในบรรดา Altcoin ทั้งหมดโดยมีเพียง 189 บัญชีที่จำเป็นในการสร้างความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่

และ 2.58 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญ LTC ทั้งหมดที่ถือครองในบัญชีที่ร่ำรวยที่สุด นอกจากนี้บัญชีที่ร่ำรวยที่สุด 10 บัญชีถือปริมารณ 10.36 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญ LTC ทั้งหมด

ในขณะเดียวกันมี 1.96% ของผู้ถือเหรียญ Ethereum ถูกจัดอยู่ในบัญชีที่ร่ำรวยที่สุด และ 7.27 เปอร์เซ็นต์ของ Ethereum ทั้งหมดถูกล็อคในกระเป๋าที่ร่ำรวยที่สุด 10 อันดับแรก เช่นเดียวกัน Bitcoin Cash Wallet ที่ร่ำรวยที่สุดถือ 2.79 เปอร์เซ็นต์ของ BCH ทั้งหมดโดยบัญชีสิบอันดับแรกที่ควบคุม 9.38 เปอร์เซ็นต์

จากที่เห็นว่าแต่ละเหรียญผู้ที่ร่ำรวยถือครองส่วนแบ่งของตลาดเหรียญเยอะมาก ๆ แต่ในการเปรียบเทียบ Bitcoin ต้องการบัญชีขั้นต่ำ 4,545 บัญชีเพื่อสร้างความเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ในสกุลเงินดิจิตอลนี้

ส่วนกระเป๋าเงินบิทคอยน์ที่รวยที่สุดยังมีปริมาณที่ถือครองเพียงแค่ 0.62 เปอร์เซ็นต์ของ Bitcoin ทั้งหมดโดยกระเป๋าสิบอันดับแรกคิดเป็น 3.84% ตามที่รายงานวาฬ bitcoin ที่หยุดนิ่งบางแห่งมีนักวิเคราะห์กองทุนจำนวนมากเชื่อว่าพวกเขาสามารถคุมราคาในตลาดได้หากพวกเขาพยายามขายเหรียญทั้งหมดในมือทันทีทันใด

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ Clovr ต้องการจะบอกโดยเขาได้ใช้ตัวชี้วัดที่ชื่อว่า Gini Index เครื่องมือในการวัดการกระจายความมั่งคั่งซึ่งเขาสรุปได้ว่าในปี 2019 พบว่าความไม่เท่าเทียมของ Ethereums เพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ในปี 2019 (0.69 จาก 0.78) ในขณะที่ bitcoin ลดลงจาก 0.66 เป็น 0.64 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ Bitcoin และผู้ถือรายย่อยอย่างเราเป็นอย่างมากครับ…

Decentralized Finance (DeFi) จะกลายเป็นอาวุธไม้ตายขั้นสุดยอด ของ Ethereum

จะกลายเป็นอาวุธไม้ตายขั้นสุดยอด

Decentralized Finance (DeFi) จะกลายเป็นอาวุธไม้ตายขั้นสุดยอด ของ Ethereum

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “Decentralized Finance” หรือ “DeFi” กันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย

จะกลายเป็นอาวุธไม้ตายขั้นสุดยอด

(DeFi) จะกลายเป็นอาวุธไม้ตายขั้นสุดยอด ของ Ethereum

DeFi ก็คือแอปพลิเคชั่นทางการเงินที่สร้างอยู่บน Blockchain ที่มีความ Decentralized (กระจายศูนย์อำนาจ)​ ด้วยการใช้โทเค็นบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งหลาย ๆ แอปพลิเคชั่นจะเป็นการปล่อยเหรียญ stablecoin ให้กู้ยืมซึ่งผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือนอกจากนี้ก็มีการโฟกัสไปที่ให้คริปโตกับนักเทรดเพื่อให้พวกเขาไปเทรดเลเวอร์เลจบนเว็บเทรดในรูปแบบ Decentralized

ในตอนนี้ระบบนิเวศของ Ethereum มากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบถูกนำไปใช้กับระบบนิเวศของ DeFi ซึ่งร่วมถึง MakerDAO, Synthetix, IDEX และอื่น ๆ

จากบทสัมภาษณ์กับคุณ Jon Jordan นั้นพบว่า DeFi นั้นเป็นแอปพลิเคชั่นที่เป็นไพ่ตายแอปแรกของ Ethereum เลยทีเดียว ไม่ใช่เกมพนันแบบ on chain หรืออะไรเลย โดยคุณ Jon Jordan ได้กล่าวว่า:

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้คำจำกัดความของ ‘killer dapp’ กันว่าอย่างไร แน่นอนว่า DeFi เป็น dapps ที่ดึงดูดมูลค่ามหาศาล (ทั้งโทเค็น ETH และ ERC20) ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้ อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่แน่ว่า DeFi จะสามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้หลายล้านคนเลยหรือไม่ แต่มันก็ถือว่า DeFi เป็น dapp แรกเลยทีเป็นจุดขายของ Ethereum”

Ethereum DeFi เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ
บริษัทใหญ่ ๆ ทั้งที่อยู่ในอุตสาหกรรมคริปโตและไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมคริปโตนั้นก็เริ่มพูดถึง DeFi มากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่าง Coinbase ก็ลงทุนกว่า 2 ล้านดอลลาร์เป็น USDC ไปกับโปรโตคอล DeFi ซึ่งผู้จัดการด้านผลิตภัณฑ์ของ Coinbase คุณ Nemi Dalal ก็ได้ออกมากล่าวด้วยว่า:

“โทเค็น USDC ของเราไม่ได้ถูกนำไปใช้ให้เงินเดือนหรือการเรียกลูกค้า เราแค่สร้างสภาพคล่องให้กับโปรโตคอลเพื่อดึงดูดผู้กู้ยืมสำหรับโปรโตคอลให้กู้ที่ Decentralized และเว็บเทรด Decentralized”

นอกจากนี้ Binance ยังเข้าซื้อแพลตฟอร์มข้อมูลและการวิเคราะห์แอปพลิเคชั่น Decentralized เพื่อสร้าง DeFi หรือเกมแบบ on-chain ด้วย ซึ่งในสัปดาห์ที่แล้ว Binance ก็ได้ซื้อ DappReview ที่เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลและการวิเคราะห์ชั้นนำของโลกสำหรับ Dapp ไปแล้วซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เข้าถึง Dapp และเกมคริปโตมากขึ้นรวมถึงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DeFi ด้วย